เชิญเรือขบวนพระราชพิธีเก็บเข้าอู่

ขบวนเรือพระราชพิธีหนึ่งเดียวในโลก ขณะนี้ได้เป็นเรือมรดกโลกไปแล้ว

โลกนี้ที่เราอยู่มาชั่วชีวิตอย่าคิดว่า “เรารู้จักดีแล้ว”

ที่ผ่านมาเราศึกษา เรารู้วิทยาการใหม่ๆ แต่..ที่เรายังไม่รู้จักคือ “คน” คนที่เรารู้จักชื่อ จำหน้าได้ พูดคุยกันอยู่ทุกวัน แต่ที่เราไม่รู้คือ “รู้ใจ”

 

ท่านเชื่อไหม ? ความรู้รอดปลอดภัยทุกวันนี้ที่เราจะเอาตัวรอดได้ คือ “ความรู้เท่าทัน”

 

มหามิตรอาจจะชี้นำวิถีใหม่ๆให้เราศรัทธา แต่ขณะเดียวกันสอนให้เราเกลียดชังในวิถีเก่าและมองว่าวิถีเก่าคืออุปสรรคในการพัฒนา

ในที่สุดด้วยความศรัทธาในวิถีใหม่ เราก็ทำลายวิถีเก่าเพื่อตนเองจะได้ชื่อว่าเป็น “คนรุ่นใหม่”

 

มีคำถามว่า “เราจะอยู่อย่างไรในสังคมที่หลากหน้า - หลายวิถี?”

 

เยาวชนไทยถูกมหาอำนาจฉีดยาพิษ และสารเสพติด “ประชาธิปไตย” เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นไม่แปลกที่คนไทยที่เรียกตนเองว่า “คนรุ่นใหม่” จะคร่ำครวญหาปชต.ไม่หยุด


เป็นวิธีเดียวที่จะหลอกล่อให้เปิดประตูเข้ายึดครองทรัพยากร และพื้นที่เพื่อสนับสนุนการสงครามกับจีน
แต่ติดปัญหาที่ประชาชนชาวไทยไม่เชื่อคนรุ่นใหม่ที่พยายามล้มสถาบัน

 

ทุกๆเผ่าพันธุ์ล้วนมีพัฒนาการตนเองมาด้วยขนบธรรมเนียม ประเพณี ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชนต่างเผ่า การให้ความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างกลุ่มต่อกลุ่ม ชนเผ่าต่อชนเผ่า ล้วนผ่านเวลาพิสูจน์ความอยู่รอดของตนเองมาเนิ่นนานทั้งสิ้น

การให้ความเคารพระหว่าง ผู้น้อยกับผู้อาวุโส ทำให้เกิดความเมตตาต่อกันและกัน ดูแล ปกป้องซึ่งกันและกัน ทั้งๆที่ไม่ทราบว่าเป็นลูกหลานของผู้ใด ดังคำอวยพรของผู้อาวุโสให้ต่อเด็กว่า “ขอให้เจ้าจงเป็นที่รัก เมตตา ของเหล่าเทวดา มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย”  

ความรัก เมตตา ที่มีให้นั่นแหละจะนำพาชนเผ่าให้อยู่รอดเหมือนไทยเราผ่านวิกฤติมาได้ด้วยพระปรีชาเลิศล้ำเกินที่ผู้ไม่หวังดีจะทำลายได้ อยู่ที่ว่าเราจะสำนึกไหม? 

การพัฒนาทั้งหมดเป็นไปในรูปลักษณ์ของความเชื่อ ความศรัทธา ในวิถีพุทธ เพราะพุทธธรรมเหล่านี้ได้ความสมานกลมเกลียวต่อกัน จึงพัฒนามาเป็น “วิถีไทย” ได้เยี่ยงทุกวันนี้

หมวดหมู่รอง