Buddhist News  AIA Buddhist Assembly

ความจริงที่วัดหนองจอก กรณีคลุมฮิญาบที่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก

     

       

โดมิโนตัวแรก เริ่มต้นที่วัดหนองจอก

ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓                             

ักเรียนมุสลิมหญิง ๑๗ คน
ขอคลุมฮิญาบเข้าเรียน ในโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง
โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก เมื่อปี ๒๔๙๗
และเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนวัดในประเทศไทย

โดมิโนตัวแรก เริ่มต้นที่วัดหนองจอก
นายเจริญ (ยะห์ยา) โต๊ะมางี
 
วันที่ ๑ มิถุนายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓

นายเจริญ (ยะห์ยา) โต๊ะมางี
กรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร

ยื่นหนังสือขอให้นักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบเข้าเรียน
ในโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก


วันที่ ๑๑ มิถุนายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓
นายประพันธ์ หลีสิน อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
  นายประพนธ์ หลีสิน ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ตอบปฏิเสธ ไม่สามารถอนุญาตตามที่ขอ

โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก เป็นโรงเรียนที่ดูแลโดยวัดหนองจอก ผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอิสลามและศาสนาอื่น จะรู้และเข้าใจ และมีความเคารพในสถานที่ที่โรงเรียนตั้งอยู่... โรงเรียนมีการเรียนการสอนศาสนาอิสลามในโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก โดยครูสอนศาสนาที่เป็นข้าราชการท้องถิ่น จึงทำให้วิถีชีวิตในโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกดำเนินอยู่ได้โดยไม่มีการแตกแยก ผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอิสลามส่งลูกมาเรียน ก็รับทราบ และยอมรับในแนวปฏิบัติที่ถือว่าเป็นวิธีการดำเนินการมาตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการเคารพในสถานที่ธรณีสงฆ์ และจากการที่โรงเรียนมีแนวปฏิบัติจนเป็นที่ยอมรับมา ๕๐ ปี นักเรียน ผู้ปกครองอยู่กันอย่างมีความสุข และไม่รู้สึกเกิดการแบ่งแยก คณะกรรมการจึงเห็นว่าไม่ควรอนุญาตตามที่ขอ

ดูหนังสือตอบปฏิเสธ PDF file

การปฏิบัติตามหลักศาสนา ลัทธิทางศาสนา และความเชื่อของตน จะต้องไม่กระทบ
ต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีงาม ตลอดถึงไม่กระทบสิทธิของผู้อื่นด้วย

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
 
วันที่ ๒๙ ตุลาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓

คณะทำงานด้านกฏหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ โดยนายสักรียา สุขจันทร์
ทำหนังสือที่ กมส.๐๕๓๐๕๑๐๕๖/๒๕๕๓ ถึงผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก เรื่องการแต่งกายในสถานศึกษา
ของนักเรียนมุสลิม
อ้างหลักอิสลาม และรัฐธรรมนูญ

โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกโดยคำแนะนำของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒ ได้มีความเห็นตอบไปยังกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ และนักเรียนจำนวน ๑๗ คนอีกครั้งว่า โรงเรียนไม่สามารถอนุญาตให้แต่งได้ และแจ้งสิทธิในการอุทธรณซึ่งไม่มีนักเรียนคนใดได้ยื่นคำขออุทธรณ์มา


วันที่ ๒ พฤศจิกายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓

นักเรียนมุสลิมหญิงชั้นมัธยม ๕ จำนวน ๒ คน คลิมฮิญาบเข้าเรียน
ทางโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกแจ้งให้แต่งเครื่องแบบนักเรียนตามปกติก่อน
เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งอนุญาต

          ระหว่างรอการพิจารณาดำเนินการ และโรงเรียนได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ หารือไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม-ศึกษา เขต ๒ (สพม. ๒)
เพื่อขอทราบแนวปฏิบัติในระหว่างรอการตอบข้อหารือ/แนวปฏิบัติ จากสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒

วันที่ ๕ พฤศจิกายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓

โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก หารือที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) เขต ๒ เพื่อขอทราบแนวปฏิบัติระหว่าง มสพ. กับโรงเรียน

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ)
 
วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒ ได้ตอบข้อหารือของโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก เรื่องแนวปฏิบัติว่า
นักเรียนหญิงที่นับถือศาสนาอิสลาม
หากต้องการแต่งเครื่องแบบนักเรียน ตามข้อ ๑๒ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.๒๕๕๑ (คลุมฮิญาบ) จะต้องยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อโรงเรียนฯ เพื่อให้โรงเรียนพิจารณา และอนุญาต เพราะนักเรียนมีหน้าที่ต้องประพฤติตามระเบียบของโรงเรียน ตามนัยมาตรา ๖๔ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฯ ซึ่งมีศักดิ์ทางกฎหมายสูงกว่าระเบียบกระทรวงศึกษาธิการฯ ข้อ ๑๒

หากโรงเรียนให้ความเห็นชอบก็จะมีผลให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกที่มีอยู่ (เนื่องจากระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๙ สถานศึกษาใดที่ใช้เครื่องแบบนักเรียบอยู่แล้วตามระเบียบเดิม หรือใช้เครื่องแบบเป็นอย่างอื่น โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้คงใช้ได้ต่อไป)

หากคณะกรรมการสถานศึกษาชั้นพื้นฐานของโรงเรียนมีมติให้ยกคำขอ ให้โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก แจ้งเป็นคำสั่งยกคำขอ และแจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งให้ผู้ยื่นคำขอรับทราบ เมื่อได้รับหนังสืออุทธรณ์ ให้ส่งหนังสืออุทธรณ์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๒ เพื่อพิจารณาต่อไป

ดูหนังสือฉบับนี้ (ศธ ๐๔๒๓๒/๒๘๓๙ ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๕๕๓) PDF file


วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี (ที่ กมส.๐๕๓๑๑๑๗๘๓/๒๕๕๓) และ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่กมส.๐๕๓๑๑๑๗๘๒/๒๕๕๓) กรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ของผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ที่สั่งห้ามนักเรียนคลุมฮิญาบ
ซึ่งขัดกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการแต่งกายเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.๒๕๕๑

และทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือตอบกลับ (ที่ นร.๐๑๐๕.๐๔/๘๖๙๕๕ รหัสเรื่องที่ นร.๐๑๕๓๐๐๒๑๗๓๐)
โดยแจ้งว่าได้ส่งเรื่องให้สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาแล้ว

 
กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ


วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓

โรงเรียนได้เชิญคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานประชุม

มติคณะกรรมการสถานศึกษา
ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกคำขอ
โดยมีเหตุผลประกอบ คือ ระเบียบของโรงเรียน ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และวัฒนธรรม
ของโรงเรียนวัดหนองจอก ที่มีนักเรียนเข้าเรียนและจบไปแล้ว ๕๗ รุ่น และได้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไปยังนักเรียน ทั้ง ๑๗ คน ทำหนังสือ
ส่งถึงผู้ปกครองของนักเรียนที่ต้องการคลุมฮิญาบ วันที่ ๑ ธันวาคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๓


นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
 
วันที่ ๙ ธันวาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร
[สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ย้ายไปพรรคเพื่อไทย เมื่อ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔]

          เข้ารับฟังปัญหาที่วัดหนองจอก โดยเชิญทางวัด, ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
และรองผู้อำนวยการ
โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก หารือเพื่อหาทางแก้ไข

นายวิชัย ธรรมเจริญ อนุกรรมาธิการฯ
ยกตัวอย่างประกอบพิจารณา ปี ๒๕๔๐ กรณี โรงเรียนวัดเทพลีลา

นายสามารถ มะลูลีม ส.ส. กทม. (สมัยนั้น) [พรรคประชาธิปัตย]
ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ กรณีที่เจ้าอาวาสวัดเทพลีลา
ไม่อนุญาตให้ตั้งห้องละหมาด ในโรงเรียนวัดเทพลีลา
โดยนายสามารถ มะลูลีมได้อ้างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่า โรงเรียนใดมีนักเรียนผู้นับถือศาสนาอิสลาม
จะต้องจัดห้องละหมาดให้ด้วย

คำชี้แจงของกรมการศาสนา

          กรมการศาสนาไม่มีอำนาจที่จะบังคับให้ดำเนินการใดๆ เพราะวัดเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนวัด
และเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย การจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ดำเนินการใดๆ ในเขตวัด หรือในที่
ธรณีสงฆ์ของวัด เป็นอำนาจของเจ้าอาวาส ซึ่งต้องปฏิบัติไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย และจารีต
ประเพณี ที่เคยปฏิบัติมา
จึงได้มีหนังสือแจ้งไปยังเขตบางกะปิ และเรื่องก็เงียบไป

 
นายสามารถ มะลูลีม

นายสามารถ มะลูลีม
ส.ส. กทม.
[พรรคประชาธิปัตย]


นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
 
วันที่ ๔ และวันที่ ๒๐ มกราคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร
[สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ย้ายไปพรรคเพื่อไทย เมื่อ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔]

          มีหนังสือด่วนที่สุดถึงมหาเถรสมาคมที่ ๕/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๔ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๔ และ
ที่ ๒๓๗/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๔ รายงานเกี่ยวกับกรณีวัดหนองจอก รายงาน-
เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาในการประชุมมหาเถรสมาคม

มติมหาเถรสมาคม ที่ ๔๖/๒๕๕๔ ดูมต PDF file

๑.โรงเรียนหรือหน่วยราชการใดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดหรือที่ธรณีสงฆ์ การใช้พื้นที่ต้องปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี
    วิถีไทย และวิถีพุทธ และกฎระเบียบของวัด

๒. ให้คณะสงฆ์มีส่วนร่วมในการพิจารณาการแต่งตั้งผู้บริหารของโรงเรียน หรือหน่วยราชการ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดหรือที่ธรณีสงฆ์

๓.ควรให้พระสงฆ์ เข้าไปมีบทบาทในการกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนา หลักคุณธรรม จริยธรรมทุกระดับชั้น

๔.โรงเรียนหรือหน่วยราชการใดขอใช้พื้นที่ของวัดหรือที่ธรณีสงฆ์ ต้องหารือและได้รับความยินยอมจากเจ้าอาวาส และคณะสงฆ์
    ผู้ปกครองทุกระดับจนถึงเจ้าคณะจังหวัดก่อน

วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

ประชุมเตรียมการ ณ โรงแรมรีเจ้นท์ รามคำแหง

นายอนุมัติ ศาสนูปถัมภ์ (ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ หมายเลข ๒๖ พรรคมาตุภูมิ) [การเลือกตั้ง ๒๕๕๔] เสนอแนะ
และ เชคริฎอ และที่ประชุม เสนอให้ทำสิ่งที่เป็นรูปธรรม
ดูภาพการประชุมเตรียมการเพิ่มเติม

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
 
วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติได้ทำหนังสือที่ กมส.๐๕๔๐๓๐๑๐๒ ถึงประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และ
วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ปัญหาการแต่งกายตามหลักการศาสนาของนักเรียนสตรีมุสลิมโรงเรียน
มัธยมวัดหนองจอก

นายสมัย เจริญช่าง ผู้ริเริ่มให้มีการคลุมฮิญาบในโรงเรียนวัด หากพระมันมีปัญหามากนัก จะให้นักเรียนมุสลิมไปเรียนที่อื่น

วันที่ ๖ มีนาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

นายสมัย เจริญช่าง ผู้สมัครส.ส. กทม. เขต ๑๘ พื้นที่เขตคลองสามวา พรรคประชาธิปัตย์ [การเลือกตั้ง ๒๕๕๔]
ผู้ริเริ่มให้มีการคลุมฮิญาบมาเรียนของนักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก และผู้ร่างหนังสือแบบฟอร์มให้ผู้ปกครองแจ้งไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ว่าประสงค์ให้นักเรียนหญิงมุสลิมในปกครองของตนคลุมฮิญาบมาเรียน

ได้พูดในที่ประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หากพระมันมีปัญหามากนัก จะให้นักเรียนมุสลิมไปเรียนที่อื่น
ดูรายละเอียดข่าว

สมัย เจริญช่าง ผู้สมัครส.ส. กทม. เขต ๑๘ พื้นที่เขตคลองสามวา พรรคประชาธิปัตย์ [การเลือกตั้ง ๒๕๕๔]


วันที่ ๗ มีนาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔ เวลา ๘.๐๐ น.
นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
 
นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี

พร้อมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้
เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ที่ทำเนียบรัฐบาล
หารือเรื่องผู้บริหารโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกไม่อนุญาต่ให้
นักเรียนคลุมฮิญาบ
และให้ผลักดันกฎหมายครอบครัวและมรดก
มุสลิมให้บังคับใช้ทั่วประเทศ

ซึ่งเดิมมีพระัราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขต
จังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พระพุทธศักราช ๒๔๘๙

ถูกบังคับใช้มาแล้วกว่า ๖๕ ปี ่ครั้งนี้ต้องการให้บังคับใช้ทั่วประเทศ
ถ้าหากดูผิวเผินน่าจะไม่มีอะไร เพราะบังคับใช้เฉพาะมุสลิม แต่ครั้งนี้
ยังได้สอดแทรกข้อบังคับตามหลักศาสนาอิสลามอย่างกว้างขวาง
เพื่อเปลี่ยนไทยให้เป็นรัฐอิสลาม
ดูรายละเอียดข่าว

ร่าง พระราชบัญญัติการใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวมรดกและการพิจารณาคดี พ.ศ. ....

(ฉบับของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) Download ร่าง พรบ.PDF file

นายถาวร เสนเนียม
 
วันที่ ๑๖ กุมภาัพันธ์ ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๓

นายถาวร เสนเนียม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
[สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์]

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ยันประชาธิปัตย์ดันร่างกฎหมายตั้งศาลชารีอะห์เข้าสภาฯ แล้ว จะพยายามแจ้งเกิดในรัฐบาลประชาธิปัตย์ชุดนี้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


"การปฏิบัติตามข้อบัญญัติกฎหมายอิสลามตามพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน
หากขัดหรือแย้งหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายใด
ให้ถือว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
และไม่อาจถือเป็นความผิดที่จะต้องรับโทษตามกฎหมายใด"
[มาตรา ๑๔]


"ให้นำบทบัญญัติของประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ
ข้อบัญญัติกฏหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัว และมรดก ตามพระมหาคัมภีร์ฺอัลกุรอาน"
[มาตรา ๑๕]


"การตีความบทบัญญัติแห่งพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ให้องค์คณะกอฎีศาลฎีกาเป็นผู้นินิจฉัยชี้ขาด"
[มาตรา๖]


พรบ.ฉบับนี้ทุกอย่างให้บังคับใช้ตามบทบัญญัติพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน มีผลให้

๑. คู่สมรสฝ่ายที่มิใช่มุสลิม เมื่อสมรสกับมุสลิมจะต้องกลายเป็นมุสลิมโดยกฎหมาย ตามคัมภีร์อัลกุรอาน

๒. หากมีการหย่า สินสมรสจะต้องแบ่งภายใต้กฏหมายอิสลาม

๓. หากมีการหย่า คู่สมรสฝ่ายที่มิใช่มุสลิมมาแต่แรก [ซึ่งถือเป็นผู้เข้ารับอิสลาม ตามมาตรา ๔ วรรคแรก] จะเปลี่ยนศาสนาออกจากศาสนา
    
อิสลามไม่ได้ การออกจากศาสนาอิสลามมีโทษ เมื่อเปลี่ยนศาสนาตามกฎหมายไม่ได้ หากใจไปฝักไฝ่ศาสนาอื่น จะมีโทษฐาน "ละทิ้ง
    ศาสนาอิสลาม" หรือ "การไม่เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติศาสนากิจอิสลามด้วยควา่มเลื่อมใส" มีโทษหนัก ถึงประหารชีวิต !

"อีหร่าน" สั่งประหารชีวิต
นายนาดาร์คอนี เปลี่ยนจากศาสนาอิสลามมานับถือศาสนาคริส
ต้องโทษประหารชีวิตฐานละทิ้งศาสนาอิสลาม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ซาอุดีอาระเบีย ประหารชีวิต
หญิงข้อหาฝึกฝนเวทมนตร์คาถา ด้วยวิธีตัดศรีษะตามกฎหมายซารีอะห์
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

๔. หากคู่สมรสฝ่ายที่มิใช่มุสลิมมาแต่แรก จะสมรสใหม่ คู่สมรสคนใหม่ของเขาก็จะต้องกลายเป็นมุสลิมไปโดยอัตโนมัติตามกฏหมายอิสลาม
     และหากมีลูกก็จะต้องเป็นมุสลิมตามกฎหมาย จะออกจากศาสนาอิสลามไม่ได้

๕. ต้องเสียเงินงบประมาณมหาศาล
    ในการสร้างซูรอ (สภาที่ปรึกษาสูงสุดแห่งชาติ),

    จัดตั้งศาลชารีอะห์ (ศาลอิสลาม) ขึ้นในศาลจังหวัดทุกแห่ง จัดตั้งขึ้นในศาลฎีกาทุกแห่ง บางจังหวัดมีศาลจังหวัดหลายแห่ง ทำให้ต้องใช้งบ
    ประมาณมหาศาลในการจัดตั้งแผนกคดีครอบครัวมรดกอิสลาม อีกนับร้อยแห่งทั่วราชอาณาจักร[มาตรา ๗],

    สำนักงานชารีอะห์ (สำนักทะเบียนอิสลาม ทำงานเหมือนสำนักงานเขต) และเงินเดือนของ

    กอฎี (เดิมใช้ชื่อ "ดะโต๊ะยุติธรรม" หมายถึง ผู้พิพากษา ซึ่งกอฎีไม่ใช่ภาษาไทย ไม่มีในพนจานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน การบัญญัติกฎหมาย
    ไทยจะต้องใช้ภาษาไทย เพื่อให้คนไทยเข้าใจและปฏิบัติตามได้)

    [มาตรา ๑๐ ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน และสวัสดิการเช่นเดียวกับผู้พิพากษา] ,[มาตรา ๘ กำหนดองค์คณะจะต้องประกอบด้วยกฎีไม่น้อยกว่า
    สองคน และผู้พิพากษาอีักหนึ่งคน และองค์คณะกอฎีของศาลฎีกา จะต้องประกอบด้วยกฎีไม่น้อยกว่าสามคน และผู้พิพากษาอีักสองคน
    การกำหนดองค์คณะดังกล่าวไม่เ็ป็นธรรม เพราะผู้พิพากษาอิสลามมีจำนวนมากกว่า ลงมติกี่ครั้งก็แพ้ฝ่ายอิสลามทุกครั้ง]

    จ้างเจ้าหน้าที่ศาล หรือที่ปรึกษา ไม่กำหนดว่าจะต้องมีความรู้กฎหมายไทย และไม่ได้กำหนดคุณวุฒิทางการศึกษาไว้ชัดเจน กำหนดเพียงแต่
    เป็นผู้มีความรู้ด้านนิติศาสตร์อิสลามเท่านั้น ซึ่งเป็นการรอบรับผู้จบการศึกษาจากโรงเรีบนปอเนาะ [มาตรา ๑๑],

    เงินค่าสวัสดิการครอบครัวข้าราชการ ให้กับภรรยาของข้าราชการไทยมุสลิมทั่วประเทศ ซึ่งสามารถมีภรรยาได้ถึง ๔ คน หรือมากกว่า
    (เมื่อภรรยาทุกคน เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว) และบุตรอีกไม่จำกัดจำนวน และอื่นๆ อีกมากมาย

๖. เงินค่าธรรมเนียมศาล และเงินค่าปรับ หรือเงินได้ใดๆ ในศาลอิสลามที่จะตั้งขึ้นตามกฎหมายนี้ กลับไม่ยอมให้นำเงินเป็นรายได้
    แผ่นดิน เหมือนในศาลอื่นๆ [มาตรา ๑๒]

๗. "การปฏิบัติตามข้อบัญญัติกฎหมายอิสลามตามพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน หากขัดหรือแย้งหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายใด ให้ถือว่าเป็น
    การกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่อาจถือเป็นความผิดที่จะต้องรับโทษตามกฎหมายใด" [มาตรา ๑๔] บทบัญญัติีมาตรานี้ ให้ถือว่า
    พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานอยู่เหนือกฎหมายใดๆ แม้แต่รัฐธรรมนูญก็ต้องอยู่ภายใต้พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน เท่ากับประเทศไทยเสียเอกราชทาง
    
ศาลให้แก่ศาสนาอิสลาม

ในวันเดียวกัน (วันที่ ๗ มีนาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔)
กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
  กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ส่งผู้แทน ๓ คน เข้าชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้นกับ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ซึ่งนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แจ้งว่าได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรีให้มาแก้ไขปัญหาดังกล่าว

หลังจากนั้น กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ออกแถลงการณ์ ดูแถลงการณ์ PDF file

วันที่ ๘ มีนาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(พรรคประชาธิปัตย์)

          ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่อยากให้เอาเรื่องของรูปแบบ ระเบียบ
ที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาเป็นข้อถกเถียงกัน อยากให้โรงเรียนส่งเสริมการอยู่
ร่วมแบบสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งย่อมมีความแตกต่างกันทั้งในหลักความเชื่อ
ศาสนา จึงควรจะต้องเคารพในความเชื่อของแต่ละศาสนาด้วย ดังนั้น จึงอยาก
ให้เน้นทำความเข้าใจกันมากกว่า”

 
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
วันที่ ๙ มีนาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔ เวลา ๙.๐๐ น.
นางนาถยา เบญจศิริวรรณ (คนซ้าย) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ (คนกลาง) และนายสามารถ มะลูลีม (คนขวา)
  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
(พรรคประชาธิปัตย์)

พร้อมด้วย
นายสามารถ มะลูลีม
ส.ส. กทม. [พรรคประชาธิปัตย] และ
นางนาถยา เบญจศิริวรรณ
ส.ส. กทม.
[พรรคประชาธิปัตย]

ได้เชิญผู้แทนจากกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ เข้าชี้แจงกรณีปัญหาที่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก สั่งห้ามเด็กนักเรียนหญิงมุสลิม
คลุมฮิญาบในโรงเรียน


วันเดียวกัน (วันที่ ๙ มีนาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔) เวลา ๑๕.๓๐ น.

นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ พร้อมทั้งรายงานผลการหารือต่อ นายกฯ ว่า

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รับจะเป็นคนดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยสร้างความเข้าใจกับคณะกรรมการวัดหนองจอก และจะดำเนินการ
โดยเร็วที่สุด เนื่องจากวัดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์
เป็นผู้กำกับดูแลอีกที ส่วนกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ดูแลกรมการศาสนา(ศน.)
พร้อมทั้งจะได้รายงานผลสรุปการแก้ปัญหาให้ นายกฯ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

วันที่ ๓ เมษายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก จำนวน ๓ คน ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
แจ้งที่จะคลุมฮิญาบเข้าเรียนในปีการศึกษา ๒๕๕๔


กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
 
วันที่ ๒๔ เมษายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ จัดสัมมนาเรื่อง "สิทธินักเรียนมุสลิมในสถานศึกษา
ดูภาพงานสัมมนาเชิงวิชาการครั้งนี้

สัมมนาครั้งนี้  นายฮานีฟ หยงสตาร์ ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติเผยบนเวทีว่า
จะไปเป็นกำลังใจให้กับน้องนักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ที่จะคลุมฮิญาบเข้าไปในโรงเรียนในวันที่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกจะเปิดเทอม
วันที่ ๙ พฤษภมคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้  พร้อมเชิญชวนพี่น้องทุกท่านร่วมไปให้กำลังใจน้องนักเรียนที่ต้องการยืนหยัดในหลักศาสนา
อิสลามในวันดังกล่าวด้วย

ประท้วง ปิดล้อมโรงเรียน วิธีการเพื่อสันติ

วันที่ ๙ พฤษภาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๕

วันเปิดเทอมโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ภาีคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

ดูภาพการประท้วงเพิ่มเติม

วันเปิดภาคเรียนที่ 1 วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก

อิหม่ามชาตรี แอนดารีส "กลุ่มที่มานี้มีเรื่องแอบแฝง ผมไม่มั่นใจในความบริสุทธิ์"

วันเดียวกัน (วันที่ ๙ พฤษภาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔)

วันเปิดเทอมโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุมโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก

อิหม่ามชาตรี แอนดารีส อิหม่ามประจำมัสยิดดารุสลาม (บาหยัน) ในฐานนะที่เป็นวิทยากรอิสลามศึกษาของโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ได้กล่าวให้ห้องประชุมว่า

ตนสอนที่นี่มา ๑๘ ปี เคยทำเรื่องการคลุมฮิญาบหลายครั้ง แต่เด็กไม่ค่อยตอบรับ กลัวว่าทำไปแล้วเด็กไม่เอาด้วย ต้องดูขอบเขตความเป็นไปได้

"กลุ่มที่มานี้มีเรื่องแอบแฝง
ผมไม่มั่นใจในความบริสุทธิ์"

"ผมไม่ได้ปฏิเสธศาสนา แต่เมื่อกฎระเบียบเป็นไปไม่ได้ เราก็ต้องรอวันฟ้าใส ให้ดูขอบเขตความเป็นไปได้ ที่นี่กำลังอยู่กันดี ไม่อยากให้ที่นี่เหมือนภาคใต้ ซึ่งมาจากการจุดประกายเช่นนี้ละ"

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

 


และวันเดียวกัน (วันที่ ๙ พฤษภาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔)

วันเปิดเทอมโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ภาีคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
  กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ  ส่งหนังสือร้องเรียนไปที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้รักษาระเบียบตามกฏหมาย
ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พระพุทธศักราช ๒๕๕๑ หลังจากที่โรงเรียนยืนยันในคำสั่ง
ของโรงเรียนที่ขัดกับระเบียบดังกล่าว

ฝ่ายกฏหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ดร.ประพนธ์ หลีสิน ผู้อำนวยการโรงเรียน
มัธยมวัดหนองจอก
ในความผิดฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในการ
ออกคำสั่งขัดกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พระพุทธศักราช ๒๕๕๑


วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

สานเสวนาวิชาการร "ความหลากหลายทางศาสนา และวัฒนธรรม กรณีนักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบในโรงเรียน"
ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ ชั้น ๒ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล

จัดโดย ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล, สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย, ภาควิชามนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, วิทยาลัยศาสนศึกษา, ศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษา และการพัฒนาสังคม และสภาศาสนาสัมพันธ์เพื่อสันติภาพ – ประเทศไทย

ดูภาพงานสานเสวนาวิชาการครั้งนี้

สานเสวนาวิชาการ "ความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม กรณีนักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบในโรงเรียน"

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
 
วันเดียวกัน (วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔)

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(พรรคประชาธิปัตย์)

เรียกนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าพบพร้อมมอบนโยบายให้มาแก้ปัญหา
ที่โรงเรียนห้ามนักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบ

วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งกรรมการ ๓ ฝ่ายประกอบด้วย
ฝ่ายคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฝ่ายโรงเรียน และฝ่ายผู้ปกครอง โดยมีผู้แทนฝ่ายละ ๓ ท่าน และให้
มีที่ปรึกษาศาสนาอิสลาม ๑ ท่าน และศาสนาพุทธ ๑ ท่าน ทำงานในกรอบเวลาไม่เกิน ๓ เดือน

ซึ่งระหว่างการพิจารณานักเรียนผู้ยื่นคำขอ (ซึ่งขณะนั้นเหลือเพียง ๑ คน คือ น.ส.อาทิตยา สุไลมาน ม.๖/๒)
ขอเรียนที่บ้าน โดยโรงเรียนได้ดำเนินการเรื่องการเรียนการสอนเป็นกรณีพิเศษให้ตอลดภาคเรียน ๑/๒๕๕๔
โดยที่ไม่ถือว่าเด็กขาดเรียน และโรงเรียนต้องส่งแผนการเรียนให้เด็ก ซึ่งเด็กยังคงสถานะเป็นนักเรียนของโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกอยู่
ดูคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ PDF file

 
นายชินภัทร ภุมิรัตน

กรรมการสิทธิฯ รุมกินโต๊ะ วัดหนองจอก

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
 
วันที่ ๒๗ พฤษภาค ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

นายชูชัย ศุภวงศ์
เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

มีหนังสือเชิญ เจ้าอาวาส และไวยาวัจกรวัดหนองจอก ประชุมชี้แจง กรณีโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกไม่อนุญาต
ให้นักเรียนหญิงคลุมฮิญาบ ในโรงเรียนวัด
อ้างละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรง

ดูหนังสือเชิญเจ้าอาวาส วัดหนองจอก PDF file

ดูหนังสือเชิญไวยาวัจกร วัดหนองจอก PDF file


วันที่ ๒๙ มิถุนายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔
นายอภิชาติ จีระวุฒิ
  นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือที่ ศธ ๐๒๐๙/๖๒๓๑ ลงวันที่ ๒๙ มิืถุนายน ๒๕๕๔
ถึง
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตอบข้อหารือตามหนังสือด่วนที่สุดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๐๔๐๐๙/๑๙๙๘ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๔ เรื่องปัญหาข้อกฎหมาย กรณีโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกออกระเบียบว่าด้วยการเป็นนักเรียน พระพุทธศักราช ๒๕๕๒

ดูหนังสือตอบข้อหารือฉบับนี้ หน้าที่ ๑ / หน้าที่ ๒ / หน้าที่ ๓ PDF file

วันเดียวกัน (วันที่ ๒๙ มิถุนายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔)

นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือที่ ศธ ๐๒๐๙/๖๒๓๒ ลงวันที่ ๒๙ มิืถุนายน ๒๕๕๔
ถืึงนายเฉลิมพร มะละกีมะ เลขาธิการกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
แจ้งการที่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกไม่อนุญาตให้นักเรียนหญิงซึ่งนับถือศาสนาอิสลามคลุมฮิญาบ
เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง

ดูหนังสือชี้แจง PDF file


วันที่ ๔ กรกฎาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔
นายชินภัทร ภุมิรัตน
  นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มีหนังสือที่ ศธ ๐๔๐๐๙/๑๖๖๖ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๔
ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒
ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒ ให้คำแนะนำโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
ดำเนินการแก้ไขระเบียบของโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกว่าด้วยการเป็นนักเรียน พระพุทธศักราช ๒๕๕๒
ให้เป็นไปตามแนวคำตอบข้อหารือของกระทรวงศึกษาธิการ

ดูหนังสือฉบับนี้ (ศธ ๐๔๐๐๙/๑๖๖๖ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๔) PDF file
วันที่ ๕ กรกฎาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติออกแถลงการณ์ฉบับที่ ๒
อ้างหนังสือของนายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หนังสือที่ ศธ ๐๒๐๙/๖๒๓๒
ลงวันที่ ๒๙ มิืถุนายน ๒๕๕๔ ถึงนายเฉลิมพร มะละกีมะ เลขาธิการกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ

ยืนยันว่านักเรียนมุสลิมทุกคนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนรัฐบาล มีสิทธิอย่างสมบูรณ์ในการสวมฮิญาบ

ดูแถลงการณ์ฉบับที่ ๒ PDF file


วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติให้เวลาโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ๑๕ วัน
ต้องแก้ปัญหาให้เรียบร้อย พร้อมนำนักเรียนมุัสสิมะฮฺกลับเข้าโรงเรียนในชุดคลิมฮิญาบอย่างไร้แรงต้าน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

 
กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ


วันที่ ๑๒ สิงหาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

ณ วัดอู่ตะเภา เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ประธานคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่งตั้งขึ้น (นายสุรศักดิ์ ศรีสว่างรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การสึกษามัธยมศึกษา เขต ๒) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารโรงเรียน นิติกรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษมัธยาศึกษา เขต ๒ คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก และไวยาวัจกรวัดหนองจอก ได้เข้าพบคณะสงฆ์ที่เจ้าอาวาสวัดหนองจอกแต่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ซึ่งคณะสงฆ์ยืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่ง มส. และคำสั่งวัดหนองจอก

วันเดียวกัน (วันที่ ๑๒ สิงหาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔)

๑๖.๐๐ น. ณ โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
ประธานคณะกรรมการ และผู้บริหารโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ได้ตกลงร่วมกันว่าให้เสนอไปยังผู้ปกครอง และ น.ส. อาทิตยา สุไลมาน ว่าโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกจะจัดสอนในภาคเรียนต่อไปให้เป็นการเฉพาะที่ีศูนย์ฺเยาวชนหนองจอก เพื่อที่ น.ส. อาทิตยา สุไลมาน จะได้แต่งกายตามหลักศาสนาอิสลามที่ต้องการมาได้ ไม่เกิดปัญหากับวัดซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน โดยโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกจะจัีดครูไปสอนให้ และหากมีเพื่อนสมัครใจไปเรียนด้วยก็ได้


กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
 
วันที่ ๒๙ กันยายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

มีการประชุึมคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย ซึ่งประเด็นสำคัญคือ กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติจะรับได้ หากในสัญญาเช่าที่ดินของ
วัดหนองจอกระบุไว้ในสัญญาว่าห้ามครู นักเรียนของโรงเรียนแสดงสัญลักษณ์ทางศาสนา
และยืนยันว่า
ในวันเปิดภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๔ คือวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ น.ส.อาทิตยาสุไลมาน จะแต่งกายด้วยชุดนักเรียน
ตามหลักศาสนาอิสลามมาเรียน


วันที่ ๓๐ กันยายน ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

น.ส.อาทิตยา สุไลมาน นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก (นักเรียนเพียงคนเดียว)
ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
ปฏิเสธการเข้าเรียนตามที่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกจัดการสอนให้เป็นกรณีพิเศษ
โดยยืนกรานที่จะคลุมฮิญาบ และเข้าเรียนในชั้นเรียนตามปกต

ดูหนังสือ PDF file

วันที่ ๕ ตุลาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ตัวแทนกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ นิติกรสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนิติกรสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมหารือ สรุปความว่า หากมีระบุเรื่องห้ามการแสดงสัญลักษณ์ไว้ในสัญญาเข่าที่ดินวัดหนองจอกไว้ ทางกลุ่มมัสลิมเพื่อสัติก็ยอมรับได้

นายประพันธ์ หลีสิน อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
 
วันที่ ๗ ตุลาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

นายประพนธ์ หลีสิน ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
ถวายความเห็นเจ้าอาวาสวัดหนองจอกถึงการแก้ไขปัญหากรณีนักเรียนหญิงขอคลุมฮิญาบ

ให้ระบุในสัญญาให้ชัดเจนในเรื่องการมิให้แสดงสัญลักษณ์ทางศาสนา
เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้ถือปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา

ดูหนังสือถวายความเห็น PDF file


นายทรงวุฒิ เกตุสิน  
วันที่ ๑๘ ตุลาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

นายทรงวุฒิ เกตุสิน นิติกรชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้ากลุ่มวิจัยพัฒนากฎหมายคดีความและนิติกร
มีหนังสือลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๔
ถึงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รายงานความเห็นในที่ประชุมถึงแนวทางการแก้ปัญหาการแต่งเครื่องแบบนักเรียนตามหลักศาสนาอิสลาม
ของโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก

ดูหนังสือฉบับนี้ (ศธ ๐๔๐๐๙/ ลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๔) PDF file


วันที่ ๖ ธันวาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

วันเปิดเทอมโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ภาีคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

น.ส.อาทิตยา สุไลมาน นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ชั้น ม.๖/๒ (นักเรียนเพียงคนเดียว)
ยังฝ่าฝืนแต่งกายคลุมฮิญาบมาเรียนอีกในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔


วันที่ ๗ ธันวาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

ครูฝ่ายปกครองโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อขอแนวทางในการปฏิบัติ เนื่องจาก น.ส.อาทิตยา สุไลมาน
นักเรียน ชั้น ม.๖/๒ ยังฝ่าฝืนแต่งกายคลุมฮิญาบมาเรียนอีกในภาคเรียนมี่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โดยมาเรียนร่วมชั้นเรียนแล้ว

หนังสือเพื่อขอแนวทางในการปฏิบัติ ดูหนังสือ PDF file


วันที่ ๑๓ ธันวาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

          ณ โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก คณะกรรมการเครื่อข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา และศิษย์เก่า โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
ได้ร่วมกันจัดการอภิปรายกรณีนักเรียนคลุมฮิญาบมาเรียนในโรงเรียมมัธยมวัดหนองจอก ได้รับความสนใจจากผู้ปกครอง และประชาชนชาวหนองจอกเข้าร่วมรับฟังการอภิปรายเป็นจำนวนมาก
          ในที่อภิปรายมีความเห็นพ้องกันว่า เป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่นักเรียนจะคลุมฮิญาบเข้ามาเรียนในโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกตั้งอยู่บนพื้นที่วัดหนองจอกอันเป็นที่ธรณีสงฆ์ ซึ่งทางโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกมีวัฒนธรรม จารีตประเพณี และระเบียบการแต่งกายของนักเรียนตั้งแต่ปีพระพุทธศักราช ๒๔๙๗ เป็นเวลากว่า ๕๗ ปีมาแล้ว และได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สมานฉันท์ระหว่างพี่น้องไทยพุทธ และไทยมุสลิมมาช้านาน
          การที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ปล่อยปะละเลยให้นักเรียนแต่งกายผิดระเบียบของโรงเรียน ผิดวัฒนธรรม จารีตประเพณีของโรงเรียนอย่างร้ายแรงของนักเรียนเพียงคนเดียว จากนักเรียนทั้งหมดกว่า ๒,๙๐๐ คน ทำให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยกของนักเรียน ผู้ปกครอง ครูโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก และสังคมชุมชนชาวหนองจอก จึงได้ร่วมกันทำหนังสือถึง คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ช่วยจัดการปัญหาในครั้งนี้ เพราะถ้าหากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป หากทางวัดหนองจอกไม่ต่อสัญญาเข่าที่ดินให้ ก็จะทำให้ครูอาจารย์ ลูกจ้าง ต้องตกงานหรือย้ายที่ทำงาน นักเรียนก็ต้องหาที่เรียนใหม่ ทุกคนจะเดือดร้อน จากเด็กนักเรียนเพียงคนเดียว


วันที่ ๒๗ ธันวาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔
"เยาวชนหนองจอก"ยื่นหนังสือถึง นายสุรพล พาลี ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกคนใหม่
  กลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อว่า "เยาวชนหนองจอก"
ยื่นหนังสือถึง นายสุรพล พาลี
ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกคนใหม่ ย้ำโรงเรียนต้องทำตามกฎหมาย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

วันเดียวกัน (วันที่ ๒๗ ธันวาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔)

กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้่าพบสำนักจุฬาราชมนตรี เร่งให้ช่วยแก้ไขปัญหาการคลุมฮิืญาบที่วัดหนองจอก และยังได้ติดตามถึงการยื่นถอดถอน อิหม่ามชาตรี แอนดารีส อิหม่ามประจำมัสยิดดารุสลาม (บาหยัน) ที่ไม่เห็นด้วยกับการคลุมฮิญาบในโรงเรียนมัธยมวันหนองจอก ดูรายละเอดียดเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

น.ส.อาทิตยา สุไลมาน นักเรียนมุสลิม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกได้ยื่นฟ้องอาจารย์โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก รวม ๕ คน ต่อศาลจังหวัดมีนบุรี หาว่ากระทำิผิดเป็นความอาญา ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

วันที่ ๓๐ ธันวาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔
น.ส.อาทิตยา สุไลมาน นักเรียนมุสลิม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกได้ยื่นฟ้องอาจารย์โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก รวม ๕ คน ต่อศาลจังหวัดมีนบุรี หาว่ากระทำิผิดเป็นความอาญา ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ดูคำฟ้อง และหมายนัด PDF file

  น.ส.อาทิตยา สุไลมาน
นักเรียนมุสลิม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก

ได้ยื่นฟ้องอาจารย์โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก รวม ๕ คน
ต่อศาลจังหวัดมีนบุรี หาว่ากระทำิผิดเป็นความอาญา
ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๘๓
ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๙.๐๐ น.

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๑๕๗ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘๓ ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการการะทำของบุคคล
ตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ
ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น


วันเดียวกัน (วันที่ ๓๐ ธันวาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๔)
นายมาลิก อับดุลบุตร
ตัวแทนเครื่อข่ายชมรมมุสลิมปกป้องฮิญาบ
หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการแล้ว
ได้ออกแถลงการณ์ กรณีโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ห้ามนักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบ

ดู Video Clip นี้

Download Video Clip นี้ (MP4 Size 205. MB)

Download ไฟล์เสียงของ Video Clip นี้
(MP3 Size : 2.27 MB)

 

วันที่ ๑๐ มกราคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๕

นายริฎอ อะห์หมัด สมะดี ประธานกลุ่มมุสลิมเพื่อสันต
นายยงยศ เกศเลขา
ที่ปรึกษากลุ่มฯ พร้อมด้วย
น.ส.อาทิตยา สุไลมาน นักเรียนมุสลิม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
และตัวแทนกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ จาก จังหวัดภูเก็ต ระนอง และ กทม. รวมกว่า ๒๐๐ คน

 

บุกทำเนียบรัฐบาลเรียกร้องนายกรัฐมนตรีสั่งการไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ให้ทำเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าการแต่งกายคลุมฮิญาบเป็นการแต่งกายที่ถูกต้องตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ โดยไม่ขัดแย้งต่อระเบียบของโรงเรียนแต่อย่างใด และนักเรียนหญิงมุสลิมสามารถคลุมฮิญาบเข้าเรียนในโรงเรียนได้ทั่วประเทศโดยไม่ขัดแย้งระเบียบใดๆ ของโรงเรียน และขอให้มีการดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่ต่อต้านการคลุมฮิญาบในโรงเรียนโดยด่วนดูภาพข่าวเพิ่มเติม

(ซึ่งวันนี้เป็นวันที่มีการประชุมมหาเถรสมาคม พิจารณาเรื่องการรักษาจารีตประเพณีในเขตพุทธาวาส)

ดูบันทึกการประชุม กรณีโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๑.๓๐ น.
ณ ห้องประชุมตึกบัญชาการ ๒ ทำเนียบรัฐบาล ชั้น ๔ PDF file

Download หรือเปิดไฟล์เสียงของ นายมุรีด ทิมะเสน ที่ปรึกษากลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ในการนัดชุมนุมครั้งนี้ (MP3 Size : 282 KB)

ภาพจาก muslimthai.com, matichon Online และ ASTV ผู้จัดการ

ดู Video Clip นี้

Download Video Clip นี้ (MP4 Size 50.1 MB)

Download ไฟล์เสียงของ Video Clip นี้ (MP3 Size : 5.58 MB)

 
น.ส.อาทิตยา สุไลมาน นักเรียนหญิงมุสลิม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนวัดหนองจอก ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พรรคเพื่อไทย


นายชินภัทร ภุมิรัตน
 
วันที่ ๑๘ มกราคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๕

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ทำหนังสือที่ ศธ 04009/79 ถึง นายสายัณห์ รุ่งป่าสัก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒
แจ้งผลการพิจารณา ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒ มีคำสั่งให้โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
ปฏิบัติตามบันทึกการประชุม จากการที่กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
บุกทำเนียบรัฐบาล
เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๕ ณ ทำเนียบรัฐบาล

ดูหนังสือฉบับนี้ (ศธ ๐๔๐๐๙/๗๙ ลงวันที่ ๑๘ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๕) PDF file


วันที่ ๒๔ มกราคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๕

นายสายัณห์ รุ่งป่าสัก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒

ทำหนังสือที่ ศธ 04232/431 ถึงผู้อำนวยการ โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
ให้โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกรีบปฏิบัติตามบันทึกการประชุม
จากการที่กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
บุกทำเนียบรัฐบาล
เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๕ ณ ทำเนียบรัฐบาล
ตามคำสั่งของ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ดูหนังสือฉบับนี้ (ศธ ๐๔๒๓๒/๔๓๑ ลงวันที่ ๒๔ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๕) PDF file

 
นายสายัณห์ รุ่งป่าสัก

นายนพรัตน์   เบญจวัฒนานันท์
 
วันที่ ๓๐ มกราคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๕

นายนพรัตน์   เบญจวัฒนานันท์
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาต

กล่าวภายหลังประชุมมหาเถรสมาคม (มส) ว่า มส.รับทราบกรณี โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก
ไม่อนุญาตให้นักเรียนคลุมฮิญาบมาเรียนในโรงเรียนวัดฯ

"เมื่อเราไปสถานที่ของชาวมุสลิม เราก็ต้องเคารพสิทธิของเขา
เราก็มีกติกา และขนบธรรมเนียมปฏิบัติของเรา ก็อยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจกว้าง
อย่างมองว่าเป็นเรื่องริดรอนสิทธิเสรีภาพเพียงอย่างเดียว
อยากให้มองบริบทอื่นประกอบเข้าไปด้วย"

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ครู ร.ร.วัดหนอจอก พร้อมใจแต่งดำ ไว้ทุกข์

   
วันเดียวกัน (วันที่ ๓๐ มกราคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๕)

ครูอาจารย์โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก พร้อมใจกันแต่งชุดดำ
เริ่มแต่งชุดดำวันที่ ๓๐ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นต้นไป
ไว้ทุกข์ให้กับการระรานวัดหนองจอกในครั้งนี้ และผู้มีอำนาจในบ้านเมืองที่ไม่สนใจปกป้องพระพุทธศาสนา

รัฐบาลรู้ว่าชาวพุทธไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะออกมาเรียกร้องอย่างไรก็ไม่สนใจ ต่ถ้าเป็นพวกที่ชอบใช้ความรุนแรง มาชุมนุมเพียงไม่กี่ร้อยคน รัฐก็จะขมีขมัน ลุกมาขอเจรจาต่อรอง หรือเอาอกเอาใจ และ
สื่อมวลชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เป็นธรรม เหตุหนึ่งก็เพราะเขารู้ดีว่าชาวพุทธไม่มีพิษสงอะไร

   
ครูอาจารย์โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ร่วมใจแต่งชุดดำ ไว้ทุกข์
ครูอาจารย์โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ร่วมใจแต่งชุดดำ ไว้ทุกข์
ครูอาจารย์โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ร่วมใจแต่งชุดดำ ไว้ทุกข์


นายศรีเมือง เจริญศิริ
  นายศรีเมือง เจริญศิริ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ดำรงตำแหน่ง วันที่ ๒๔ กันยายน - ๒ ธันวาคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๑
สังกัดพรรคพลังประชาชน สมัยนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้ออก
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พระพุทธศักราช ๒๕๕๑ Download PDF file


 
     

ฮิญาบไม่ใช่อิสลาม แต่เป็นประเพณีการแต่งกายของชนชาติอาหรับ

            “ฮิญาบ” (ผ้าคลุมหน้า, คลุมศีรษะ) เป็นประเพณีการคลุมศีรษะ ไม่ใช่เป็น “หลักการของอิสลาม” และไม่มีหลักฐานอ้างอิงหรือสนับสนุนให้ต้องคลุมฮิญาบที่ได้ระบุในคัมภีร์ “อัลกุรอาน” แม้แต่น้อย ดังนั้น คำว่า“ฮิญาบ” จึงไม่ใช่ข้อบังคับการแต่งตัวของผู้หญิงมุสลิม

          คำว่า “ฮิญาบ” ในอัลกุรอานมีปรากฏอยู่ ๗ ครั้ง มีจำนวน ๕ ครั้งที่ใช้คำว่า “ฮิญาบ” มีอยู่ ๒ ครั้งที่ใช้คำว่า “ฮิญาบัน” จากอายาต ต่อไปนี้;

          วัลยัดริบนะ บิคุมุริฮินนะ อะลายุยูบิฮินนะ ว่า คำ“ฮิญาบ” ที่พบในอายัตต์เหล่านั้นไม่มีคำใดในอัลกุรอานที่ใช้ในความหมายของ “ฮิญาบ” ที่หมายถึงผ้าคลุมศีรษะของผู้หญิงมุสลิมที่ใช้บังคับให้มุสลิมมะห์ใช้กันกันอยู่ในทุกวันนี้เลย แสดงว่าพระองอัลลอฮ์ ไม่ได้ให้บังคับใช้ “ฮิญาบ” เป็นข้อบังคับในการแต่งตัวของ “มุสลิมมะห์” ดังที่บรรดาท่านอิหม่ามทั้งหลายอ้างไว

          คำว่า "ฮิญาบ" เป็นคำที่มุสลิมะห์ทั้งหลายใช้เรียกผ้าคลุมศีรษะของเขา ทั้งนี้อาจจะรวมทั้งผ้าที่คลุมทั้งใบหน้าเว้นไว้แต่นัยน์ตาทั้งสองข้าง หรือข้างเดียว คำว่า “ฮิญาบ” ในภาษาอรับอาจจะแปลในความหมายของ “ผ้าคลุมใบหน้าตั้งแต่ส่วนจมูกถึงปลายคาง ส่วนความหมายอื่นๆอาจจะหมายถึง ม่าน, การคลุม, เสื้อคลุมไม่มีแขน, ฝากั้นชั่วคราว, การแบ่งส่วน, ผ้าม่านที่ตกแต่งประตูหน้าต่าง และเครื่องปกคลุมอื่นๆ

            “ฮิญาบ” หรือผ้าคลุมหน้านี้มีมานานก่อนศาสนาอิสลาม มีมาตั้งแต่เริ่มยุคของความศิวิไลซ์ เราจะเห็นได้ตั้งแต่ในสมัยเริ่มแรก และระยะหลังๆ ของศิลปะกรีก และโรมัน ได้มีหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในเครื่องปั้นดินเผา, รูปภาพและศิลปต่างๆ รวมทั้ง การจดบันทึกของกฎหมายในสมัยนั้น แสดงให้เห็นว่าประเพณีของกรีกและโรมัน ใช้ผ้าคลุมศีรษะ “ฮิญาบ” เป็นเครื่องแต่งตัวในการประกอบกิจในทางศาสนา ดังนั้นประเพณีการแต่งตัวของผู้ชายที่ใช้ผ้าคลุมศีรษะ และผู้หญิงใช้ “ฮิญาบ” นั้น ก็ถูกนำเข้ามาใช้ในชาวยิวซึ่งปรากฏหลักฐานอยู่ใน หนังสือที่ใช้อธิบายประกอบคัมภีร์ของชาวยิว (เทียบเท่ากับหนังสือฮาดีษของยิว) และคริสต์เตียนก็นำ “ฮิญาบ” เข้ามาเป็นประเพณีทางศาสนาเช่นกัน

          มีผู้นำศาสนา “ยิว”กล่าวว่า “ เราไม่เคยเห็นคำสอนในตอราฮ์ ที่พระเจ้าบังคับให้ผู้หญิงคลุมศีรษะ แต่เราทราบว่ามันเป็นประเพณีต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานับพันๆปี” นี่แสดงให้เห็นว่า “พระเจ้าไม่เคยกำหนดให้ผู้หญิงใช้ “ฮิญาบ” แต่การแต่งตัวของหญิงที่ใส่ “ฮิญาบ” นั้น เป็นประเพณีซึ่งไม่ได้อยู่ในหลักการของศาสนาอิสลาม

          ในขนบธรรมเนียมของชาวยิว จะเห็นว่าการคลุมศีรษะของผู้หญิงยิวรวมทั้งผู้ชายด้วยนั้น เนื่องจากถูกบังคับจากผู้นำทางศาสนายิว จะสังเกตเห็นว่า ในปัจจุบันสุภาพสตรียิว ก็ยังใช้ “ฮิญาบ” เป็นส่วนใหญ่แทบทุกโอกาส ในโบสถ์ในการพิธีการแต่งงาน และในพิธีการทางศาสนา

          ในอเมริกา ตั้งแต่สมัย ๖๐ ปีที่ผ่านมา ผู้หญิงยังนิยมใช้ “ฮิญาบ” ในเวลาไปโบสถ์ และพวกศาสนาหรือชาวอามิช อเมริกันก็ใช้ “ฮิญาบ” อยู่ในทุกๆวันนี้ซึ่งจะใช้อยู่ตลอดเวลา ในปัจจุบันผู้หญิงคริสเตียนในอเมริกา ใช้ “ฮิญาบ” ในเวลาไปโบสถ์แต่สำหรับ แคโธริคคริสเตียน “ชี” จะใช้ “ฮิญาบ” อยู่ตลอดเวลา ที่กล่าวมานี้จะเห็นว่าในตะวันออกกลางชาวชาติเชื้อ อาหรับจะเป็นยิว, คริสเตียน หรือมุสลิมก็ตาม จะใส่“ฮิญาบ” เหมือนกันหมด เพราะว่ามันเป็นประเพณีของชนเชื้อชาวอาหรับมาเป็นเวลานับพันๆ ปี ดังนั้นสำหรับ มุสลิมที่ใส่“ฮิญาบ” ไม่ใช่เพราะ “อิสลาม” แต่เพราะว่าเป็นประเพณีของชาวอาหรับทั้งหญิงและชาย ในตอนเหนือของอาฟริกาบางเผ่าที่เป็นมุสลิม ผู้ชายใส่“ฮิญาบ” แทนที่จะเป็นเครื่องแต่งกายของผู้หญิง เราจะเห็นว่าประเพณีการใส่“ฮิญาบ” กลับเพศกัน ทั้งนี้เพราะ “ฮิญาบ” ไม่ใช่ “อิสลาม” เราจะเห็นว่าแม่ชีในคริสต์ศาสนาบางนิกายคลุม “ฮิญาบ” เช่นเดียวกับหญิงชาวอรับทั้งมุสลิม และไม่ใช่มุสลิมในตะวันออกกลางเช่นกัน

          ทั้งนี้พอจะสรุปได้ว่า “ฮิญาบ” เป็นเครื่องแต่งกายตามประเพณีของคนเชื้อชาติอาหรับไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอิสลาม หรือศาสนาเลย และในบางภูมิภาคของโลกเรา ในบางประเทศ ผู้ชายเป็นผู้ที่ใส่ “ฮิญาบ” ในขณะเดียวกันประเทศในภาคตะวันออกกลางผู้หญิงเท่านั้นที่ใส่ “ฮิญาบ” แล้วทำไมสุภาพสตรีมุสลิมไทยจะต้องใส่ “ฮิญาบ” ในเมื่อมุสลิมไทยไม่ใช่ อาหรับ และ “ฮิญาบ” ไม่เกี่ยวกับอิสลามเลย

          ขอยกตัวอย่างประเทศ “จอร์แดน” ประเทศอาหรับในตะวันออกกลาง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และผู้นำประเทศก็เป็นมุสลิมเช่นกัน สุภาพสตรีมุสลิมจะสวม “ฮิญาบ” หรือไม่สวมก็ได้ ไม่มีกฎหมายบังคับในเรื่องฮิญาบ สตรีทุกๆคนมีสิทธิเท่าเทียมกับชายทั้งในทางศาสนา และทางสังคม

          หลังจากท่านศาสดามูฮัมมัดสิ้นชีพ ผู้จดบันทึก “หนังสือฮาดีษ” ได้รวมเอา“ฮิญาบ” ซึ่งเป็นประเพณี่ดึกดำบรรพ์ มารวมไว้และอ้างว่าเป็นคำสั่งของท่านรอซูลล์ ทั้งๆ ที่เอาตัวอย่างมาจาก ยิว และคริสเตียน ทั้งนี้เพราะเรื่องการสวมใส่ “ฮิญาบ” ไม่ได้มีบัญญัติไว้ในอัลกุรอาน

สำหรับมุสลิม

          คัมภีร์อัลกุรอานได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าสุภาพสตรีมุสลิม แต่งกายอย่างไร สำหรับ “มุสลิมมะห์ผู้มีศรัทธาในอัลลอฮ์ และอิสลาม” การกำหนดสร้างและแปลกปลอมสิ่งใดเช่น นำเอา “ฮิญาบ” (ผ้าคลุมหน้า, คลุมศีรษะ) เข้ามาใช้เป็นหลักศรัทธา “ในอิสลาม” (การยอมจำนนและสวามิภักดิ์ต่อพระองค์อัลลอฮ์) ซึ่งไม่มีบัญญัติอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอาน ถือว่าเป็นการสร้างภาคีอย่างหนึ่ง ซึ่งขัดต่อหลักการของอิสลาม

          การเอาประเพณีปลอมปนเข้าไปอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอานเป็นการสร้างภาคีกับอัลลอฮ์ เพราะผู้ที่ปฏิบัติตามหลักการอื่น แล้วอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของบัญญัติของอัลลอฮ์ ก็มีความผิดเท่าๆ กับผู้ที่สร้างภาคีเช่นกัน ถ้าเขาปฏิบัติเช่นนั้นไปตลอดชีวิตเขา การเพิกเฉยต่อบัญญัติของพระองค์อัลลอฮ์ในอัลกุรอาน แต่กลับไปตาม กฎเกณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งๆ ที่ไม่มีในอัลกุรอานเป็นการขาดความเคารพยำเกรงต่อพระองอัลลอฮ์ และท่านศาสดามูฮัมมัดที่เห็นได้อย่างชัดเจน

          ฉัน (มูฮัมมัด) ยังจะต้องแสวงหาผู้อื่นอีกหรือนอกจากอัลลอฮ์ เพื่อเป็นผู้ตัดสิน, เมื่อพระองค์ได้ประทานคัมภีร์ (อัลกุรอาน) ให้แก่พวกท่าน, ที่ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดสมบูรณ์? ผู้ที่เรา (อัลลอฮ์) ได้ให้คัมภีร์ แก่พวกเขามาก่อน รู้ดีว่าคัมภีร์นั้นถูกส่งมาจากพระเจ้า ของพวกเจ้าด้วยความแท้จริง, ดังนั้น(โอ มูฮัมมัด) เจ้าจงอย่าอยู่ในหมู่ของผู้ที่มีความเคลือบแคลงใจเลย และพวกเขามิได้มองดูในอำนาจทั้งหลายแห่งบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดิน และสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงสร้างขึ้นดอกหรือ ? และแท้จริงอาจเป็นไปได้ว่า กำหนดเวลาแห่งความตายของพวกเขานั้นได้ใกล้มาแล้ว และยังมีฮาดีษ อื่นใดเล่าที่พวกเขาจะศรัทธากันนอกจากอัล-กุรอาน(7:185)

          พระองค์อัลลอฮ์ ทรงเตือนให้ผู้ที่มีศรัทธาต่อพระองค์ที่แท้จริงให้แน่ใจว่า เขาจะไม่หลงตกไปในหลุมพรางของ “พวกสร้างภาคีให้ต่อพระเจ้า” โดยยึดถือและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของ “นักปราชญ์ของอิสลาม และท่านอีหม่าม” ต่างๆ แทนที่จะเป็นคำสั่งของอัลลอฮ์ จงดูจากบัญญัติ (9:31)
“พวกเขาได้ยึดเอาบรรดานักปราชญ์ของพวกเขา และบรรดาบาทหลวงของพวกเขาเป็นพระเจ้า, อื่นจากอัลลอฮ์ และยึดเอาอัล-มะซีห์บุตรของมัรยัมเป็นพระเจ้าด้วย ทั้งๆ ที่พวกเขามิได้ถูกใช้นอกจากเพื่อเคารพสักการะผู้ทีสมควรได้รับการเคารพสักการะ, แต่เพียงองค์เดียว ซึ่งไม่มีผู้ใดควรได้รับการเคารพสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาให้มีภาคีขึ้น” (9:31)

          “เจ้าต้องไม่ยอมรับข่าวสารอันใด เว้นเสียแต่ว่าเจ้าได้ตรวจสอบด้วยตัวของเจ้าเอง, เพราะเราได้ให้แก่เจ้า การได้ยิน, การมองเห็น, และความคิด และเจ้าเองเท่านั้น ที่มีความรับผิดชอบในการใช้สิ่งเหล่านั้น” (17:36)

ปัญหาฮิญาบ เป็นปัญหาทางการเมืองแอบแผง

          ปัญหาฮิญาบถ้ามองดูอย่างผิวเผินแล้ว จะเห็นว่าเป็นเหตุผลทางศาสนา แต่ถ้ามองดูในสังคมของประเทศใกล้เคียง (อินโดนีเซีย, ฟิลลิปปิน ฯลฯ) มุสลิมไทยเราถูกอิทธิพลของประเทศในกลุ่มอาหรับ เอาหลักการที่ไม่ใช่หลักการของศาสนามาสอดแทรก เพื่อที่จะให้มุสลิมไทย แตกต่างไปจากประชาชนในสังคมส่วนใหญ่ ทำให้ผู้นำทางศาสนา สามารถที่จะชักชวน หรือนำกลุ่มมุสลิมทำการต่อต้านรัฐบาลเพื่อประโยชน์ทางการเมือง และในที่สุดก็มีความรู้สึกว่าไม่เป็นพลเมืองของประเทศนั้นๆ

          ไม่อยากให้มุสลิมไทย ตกเป็นเครื่องมือของผู้หวังผลทางการเมือง ทำให้ภาพลักษณ์ของมุสลิมเป็นภาพของบุคคลที่ใช้ความรุนแรง เป็นสังคมที่มีผู้ก่อการร้ายแอบแฝงอยู่

 
           

ทำไมไม่ควรคลุมฮิญาบในโรงเรียนวัด



            กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ออกมาเป็นแนวหน้าในการคัดค้านเพื่อให้เด็กมุสลิมได้คลุมฮิญาบในโรงเรียนวัดด้วยเหตุผลว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (ฉบับปีพระพุทธศักราช ๒๕๕๐) ส่วนที่ ๓ มาตรา ๓๗ ให้สิทธิในการปฏิบัติตามหลักศาสนบัญญัติตามความเชื่อของตน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระพุทธศักราช ๒๕๕๐ PDF file

          แต่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกอาศัยสถานที่วัดเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียน ซึ่งวัดมีสิทธิที่จะอนุรักษ์ หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรมอันดีของตน (มาตรา ๖๖ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย) เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นครู นักเรียน และผู้ปกครองควรให้ความเคารพต่อสถานที่ และปฏิบัติตามวัฒธรรม ประเพณีของพระพุทธศาสนา การที่รัฐจะใช้อำนาจในการออกระเบียบการแต่งกายของนักเรียนในโรงเรียนวัด ะต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ (มาตรา ๒๖ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย) และการที่มุสลิมจะเรียกร้องสิทธิิในการปฏิบัติตามหลักศาสนบัญญัติตามความเชื่อของตน (มาตรา ๓๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย) ก็จะต้องไม่ละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลอื่นด้วย (มาตรา ๒๘ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย) ซึ่งการที่วัดไม่อนุญาตให้นักเรียนคลุมฮิญาบเป็นการเฉพาะภายในวัดเท่านั้น

          ปกติชาวพุทธเมื่อเข้าวัดจะต้องถอดหมวก และไม่สวมรองเท้าในสถานที่เคารพเช่น อุโบสถ วิหาร เจดีย์ เป็นต้น ในสมัยล่าอาณานิคม ฝรั่งเข้าไปในวัดสวมหมวก สวมรองเท้า พวกเข้าเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นสิทธิและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่ในมุมมอง และวัฒนธรรมชาวพุทธเป็นการแสดงออกที่ไม่เคารพต่อสถานที่ และไม่เอื้อต่อวัฒนธรรมของเจ้าบ้าน กลายเป็นความชอกช้ำใจของชาวพุทธมาแล้ว

          การแสดงความเคารพต่อศาสนสถาน วัฒนธรรมประเพณีเฉพาะของสถานที่ในแต่ละแห่งไม่ใช่เรื่องที่จะอ้างสิทธิของตนเอง พระพุทธศาสนาสอนให้เคารพพระรัตนตรัย ปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ และปูชนียบุคคล และเคารพในศาสนาอื่นๆ ด้วย เช่นเมื่อชาวพุทธไปในศาสนสถานสำคัญๆ ของชาวมุสลิม เช่น สำนักแกรนต์อิหม่าม แกรนต์มุติในกรุงไคโร สุภาพสตรีชาวพุทธก็ต้องคลุมผ้าคลุมศีรษะตามประเพณีอิสลาม และชาวพุทธก็ไม่ได้เรียกร้องสิทธิส่วนตนและศาสนา พวกเขายินดีปฏิบัติและเคารพตามศาสนาบัญญัติของมุสลิมเพราะเป็นบ้านของเขา ในทางตรงกันข้าม ชาวพุทธก็หวังว่าพี่น้องมุสลิมจะคิดและปฏิบัติเช่นกัน

          การแสดงออกใดๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ และอัตตลักษณ์เฉพาะของแต่ละศาสนา ก็ยิ่งต้องพึงระวัง เพราะโรงเรียนวัด โรงเรียนในที่ธรณีสงฆ์หากยังมีเด็กมุสลิมคลุมผ้าคลุมศีรษะเดินกันดาษดื่นไปหมด มองภาพในแง่มุมไหนก็ดูไม่เหมาะ เหมือนไม่เกรงใจวัด และดูเหมือนพระพุทธศาสนาจะถูกกลืนไปเรื่อยๆ โดยอ้างความชอบธรรมในเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยขยายเรื่องอื่นๆ ต่อไป ทั้งที่ตนอาศัยเรียนอยู่ภายในบริเวณวัด

          การอ้างมติมหเถรสมาคม ครั้งที่ ๒/๒๕๕๔ และ มติมหาเถรสมาคม ที่ ๔๖/๒๕๕๔ ดูมต PDF file จนมีคนมุสลิมออกมาท้าทายมหาเถรสมาคมทางคลิปที่ประกาศทาง youtube ยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่ มหาเถรสมาคมไม่ได้ห้ามเรื่องนี้โดยตรงแต่ให้คำแนะนำกว้างๆ ว่า วัดที่มีโรงเรียนมาอาศัยสถานที่ ให้พิจารณาตามธรรมเนียม จารีตประเพณี วิถีไทย และวิถีพุทธ และกฎระเบียบทางวัด

หากมีคนพุทธพูดจาทำนองเดียวกันนี้ต่อจุฬาราชมนตรี หรือคณะกรรมการกลางอิสลามประจำประเทศไทย คนพุทธคนนั้นจะยังปกติสุขอยู่อย่างมุสสิมคนนี้หรือไม่

มุสลิมคนนี้ท้าทายมหาเถรสมาคม ดูรายละเอียด

กรณีนี้หากมีคนพุทธพูดจาทำนองเดียวกันนี้ต่อจุฬาราชมนตรี หรือคณะกรรมการกลางอิสลามประจำประเทศไทย คนพุทธคนนั้นจะยังปกติสุขอยู่อย่างมุสสิมคนนี้หรือไม่

หาผู้เข้าร่วมต่อต้านศตรูอิสลาม

การอ้างสิทธิ การอ้างศาสนาบัญญัติ โดยหลักการเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
แต่ขึ้นอยู่ว่าท่านจะอ้างเพื่อปฏิบัติที่ไหน อย่างไร


ปูชโก ลภเต ปชํ  วนทโก ปฎิเวทนํ ผู้บูชาย่อมได้รับการบูชาตอบ   ผู้ไหว้ย่อมได้รับการไหว้ตอบ

ตัดตอนบางส่วนมาจากหนังสือพุทธจักร ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปีที่ ๖๔ ฉบับที่ ๑๒ เดือนธันวาคม ๒๕๕๓
เขียนโดย พระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณ

  ทัศนะของมุสลิม ที่เห็นว่าไม่ีควรคลุมฮิญาบในโรงเรียนวัีด

ผู้ปกครองมุสลิมควรจะสอนลูกว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ ที่ผิดหลักการศาสนาและไม่ขัดต่อระเบียบการของโรงเรียน เช่นการสวดมนต์ในตอนเช้า การอาราธนาศึล การสรรเสริญ พระรัตนตรัย ซึ่งทำกันเป็นประจำทุกๆเช้า และเด็กนักเรียนมุสลิมก็นั่งสำรวม  หรือจะอ่าน  อัลฟาติหะหือยู่ในใจก็ได้ (ซึ่งผู้ปกครองของผมสอนเช่นนั้น)

ปัญหาในเรื่องโรงเรียนวัดหนองจอกนี้ อยู่ที่ผู้ปกครอง "หัวหมอความ" เพียงสองสามคน และนักศึกษาที่กลับมาจากอาหรับ พยายามจะสร้าง "น้ำผึ้งหยดเดียว" ให้เป็นสงครามทางการเมื่อง เพื่อปูพื้นฐานการนำเอา "กฏหมายชาเรียอ์ หรือทีเรียกว่า กฏหมายอิสลาม" เข้ามาใช้ ในประเทศไทย ........

....... เมื่อฮิญาบเป็น "วายิบ"  ซึ่งเป็นการบังคับทางศาสนา, แต่สามารถที่จะผ่อนคลายได้ตามสถานะการ และสิ่งแวดล้อม, ซึ่งต่างจากการทำละหมาด (ฟัรดฺ) ในกรณีนี้ก็ไม่มีปัญหาที่ นักเรียนมุสลิมสามารถที่จะแต่งตัวตามระเบียบของโรงเรียนได้

ถ้าทหารมุสลิมในกองทัพไทยรบกับอาหรับ จะปฏิเสธการฆ่าอาหรับมุสลิมไม่ได้ เนื่องจากวินัยทหาร, .......

รัฐบาลไทยจะต้องมีที่ปรึกษาทางศาสนา ที่ทรงด้วยความรู้ และรู้เล่ห์เหลี่ยมของผู้ที่พยายามจะเอาเปรียบสังคมไทยโดยใช้หลักศาสนาเป็นข้ออ้าง .......

อ่านเพิ่มเติม

 
          

ทำไมหลายประเทศ แม้แต่ประเทศมุสลิม ไม่ชอบฮิญาบ

 

ส.ส. หญิงมุสลิมคูเวตกร้าว
ปฏิเสธไม่ยอมคลุมฮิญาบเข้าสภา

ดร.โรล่า ดัชดี และศาสตราจารย์อาซีล อัล-อาวาดี้ สองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมุสลิมคูเวต ปฏิเสธไม่ยอมคลุมฮิญาบเข้าสภา เธอกล่าวว่า คูเวตไม่อาจบังคับให้ผู้หญิงต้องคลุมฮิญาบเมื่อออกจากบ้าน เพราะที่นี่ไม่ใช่ประเทศอิหร่าน หรือซาอุดี้อาระเบีย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โรงเรียนในสเปน ไล่นักเรียนมุสลิมออกจากโรงเรียน
เหตุเพราะคลุมฮิญาบในห้องเรียน

โรงเรียนในสเปนไล่นักเรียนมุสลิมอายุ ๑๖ ปี ออกจากโรงเรียนเหตุฝ่าฝืนกฎห้ามคลุมฮิญาบในห้องเรียน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


  ผลสำรวจชาวยุโรปกว่าครึ่ง
ต่อต้านการคลุมฮิญาบในโรงเรียน

จากผลสำรวจของ BBVA ซึ่งสำรวจใน ๑๒ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ปรากฎว่าชาวยุโรปร้อยละ ๕๒.๖ ไม่เห็นด้วยกับการคลุมฮิญาบในโรงเรียน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


  เบลเยี่ยม
ออกกฎหมาย
ห้ามแต่งนิกอบ

รัฐบาลเบลเยี่ยมออกกฎหมายห้ามคลุมหน้า หรือนิกอบ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับประมาณ ๕,๘๕๐ บาท และคุมขัง ๗ วัน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


มหาวิทยาลัยในตุรกีจะไม่ลงทะเบียนเรียน
ให้กับนักศึกษามุสลิมมะห์ที่คลุมฮิญาบ

มหาวิทยาลัย Cukurova ในเมืองอะดานา ของตุรกี จะไม่รับลงทะเบียนเรียนให้กับนักศึกษามุสลิมมะห์ที่คลุมฮิญาบ จนกว่าพวกเธอจะถอดฮิญาบเสียก่อน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


ฟีฟ่า ออกระเบียบห้ามกรรมการมุสลิมหญิง
คลุมฮิญาบลงตัดสินการแข่งขันฟุตบอล

กรรมการมุสลิมหญิงขาวแคนนาดา ซาร่าฮุ เบนกิเรน ถูกห้ามลงตัดสินการแข่งขันฟุตบอล ของ Lac St.Louis Regionbal Soccer Association ที่เมืองควีเบค เพราะเธอคลุมฮิืญาบ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


  เมื่ืิื่อผู้ชายอียิปต์คลุมฮิญาบ

1 พ.ย. 2554 นักศึกษาหญิงชาวอียิปต
์ท้าทายให้ชายลองคลุมฮิญาบ เธอกล่าวว่า

"เป็นเรื่องไม่ยุติธรรม ที่ผ้าคลุมหน้าถูก
กำหนดให้เป็นสัญลักษณ์ของการ
แต่งกายเฉพาะเพศหญิง พวกเธอสวมเป็น
ผลจากแรงกดดันทางสัมคม และ
ศาสนา สังคมยังมองว่าผู้หญิงเป็น
เพียงวัตถุทางเพศ
"
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


  ศาลสหรัฐอเมริกาต่อต้าน
การคลุมฮิญาบของตำรวจหญิง

ผู้พิพากษา ฮาร์วี บาร์ฺเทิล ปฏิเสธคำร้องขอในการคลุมฮิญาบของตำรวจหญิง "เครื่องแบบตำรวจถูกออกแบบมาเพื่อเป้าหมายเฉพาะ และการคลุมฮิญาบเป็นการขัดกับเป้าหมายดังกล่าว"
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


   

มุสลิมแคนาดาเรียกร้องให้รัฐ
สั่งห้ามการแต่งกายแบบปิดหน้า บูก้า

มุสลิมแคนาดาเรียกร้องให้รัฐสั่งห้ามการแต่งกายแบบปิดหน้า บูก้า เนื่องจากนิกอบเป็นเพียงประเพณีของชนในตะวันออกกลาง และไม่ได้เป็นข้อกำหนดทางศาสนาอิสลาม ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


มุสลิมถูกทำร้ายในอังกฤษเพราะสวมฮิญาบ

๑๓ เมษายน พระพุทธศักราช ๒๕๕๔ หญิงสาวมุสลิมชาวอิหร่านถูกทำร้ายในอังกฤษ หลังจากเธอปฏิเสธไม่ยอมถอดผ้าฮิญาบ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


สภาฝร่งเศสลงมติแบน "บุรกา"

๑๓ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๓ สภาผู้แทนราษฎร์ฝรั่งเศสลงมติเอกฉันท์ ผ่านกฎหมายห้ามการสวมใส่เครื่องแต่งกายแบบสตรีมุสลิม
ส่งผลให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศยุโรปชาติที่สองต่อจากเบลเยี่ยมที่ออก
กฎหมายห้ามสวมใส่ชุดบุรกา หรือนิกอบขอบสตรีมุสลิมในที่สาธารณะ
ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ ๑๕๐ ยูโร หรือประมาณ ๖,๒๐๐ บาท
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ไล่มุสลิมที่ต้องการกฎหมายชะรีอะฮุ ออกจากออสเตรเลีย

นายกรัฐมนตรี จอห์นโฮเวิร์ด ประเทศออสเตรเลีย ไล่มุสลิมที่ต้องการกฎหมายชะรีอะฮุ (sharia) ให้ออกจากออสเตรเีลีย และกล่าวว่าหากมุสลิมไม่มีความสุขในออสเตรเลียก็ให้ออกไป เราไม่ได้บังคับให้คุณมาที่นี่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

โรเบิร์ต แม็คเคลแลนด์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมออสเตรเลีย ปฏิเสธการนำกฎหมายซารีอะห์มาใช้ควบคู่กับกฎหมายบ้านเมือง กล่าวว่า
"การอาศัยอยู่ในออสเตรเลีย หมายถึงการเคารพกฎหมายออสเตรเลีย และยอมรับค่านิืยมของออสเตรเลียด้วย"
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


  รถบัสออสซี่ไม่รับมุสลิมะห์
คลุมฮิญาบ

“ฉันก้าวขึ้นรถโดยสารสาธารณะ และคนขับพูดว่า คุณขึ้นรถไม่ได้นะ เพราะคุณใส่หน้ากาก "คอดิญะฮฺ Ouararhni-Grech บอกกับออสเตรเลีย เดอะเดลลี่ เทเลกราฟ เมื่อวันศุกร์ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา

เธอบอกกับคนขับรถว่า ผ้าคลุมนั่นไม่ใช่หน้ากาก แต่คือผ้าปิดหน้า เครื่องแต่งกายของศาสนาอิสลาม

"มันเป็นกฎหมาย" คนขับรถตอบ


  รัฐบาลอาเซอร์ไบจัน
สั่งห้ามนักเรียนคลุมฮิญาบในโรงเรียน

รัฐบาลอาเซอร์ไบจัน ออกระเบียบเครื่องแบบนักเรียนใหม่ในปีที่ผ่านมา ทำให้นักเรียนไม่สามารถคลุมฮิญาบในโรงเรียน รัฐมนตรีศึกษาธิการ มีซีร์ มาร์ดานอฟ กล่าวว่า ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

และรัฐบาลอาเซอร์ไบจัน ยังได้จัดการกับพ่อแม่ที่ต่อต้านการห้ามคลุมฮิญาบในโรงเรียน ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


การประท้วงต่อต้านอิสลาม ลามถึงโปแลนด์แล้ว

ชาวโปแลนด์หลายร้อนคน ชูป้ายต่อต้านอิสลาม เพราะตระหนก และกริ่งเกรงในการมีอยู่ของมุสลิมในสังคมชาวคริสต์ในโปแลนด์ เพื่อให้สังคมตระหนักถึงอิสลามแบบสุดโต่งในยุโรป ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


 
ฝรั่งเศสผ่านกฎหมายห้ามสตรีสวมผ้าศีรษะ (ฮิญาบ)   พ่อมุสลิมฆ่าลูกสาว 2 คน เพราะฮิญาบ

ดู Video Clip นี้

Download Video Clip นี้ (MP4 Size 7.30 MB) 0:01:36

Download ไฟล์เสียงของ Video Clip นี้ (MP3 Size : 434 KB)

 

ดู Video Clip นี้

Download Video Clip นี้ (MP4 Size 4.63 MB) 0:01:55


       

วัฒนธรรมไทย กำลังเปลี่ยนไป



ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
 
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

          วัฒนธรรมไทยทุกด้านมีรากฐานสำคัญอยู่ในพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนากับชนชาติไทยมีความสัมพันธ์แนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งในทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม จนกล่าวได้ว่าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เป็นประวัติศาสตร์ของชนชาติที่นับถือพระพุทธศาสนา

          ในด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนไทยได้ผูกพันประสานกลมกลืนกับหลักความเชื่อ และหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนาตลอดเวลายาวนาน ถึงขนาดที่ทำให้เกิดความเชื่อความประพฤติปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาที่เป็นแบบของคนไทยโดยเฉพาะ หรือเป็นพระพุทธศาสนาแบบไทย

          อภิสิทธิ์พร้อมดันไทยเป็นศูนย์กลางอิสลามศึกษาของโลก โดยรัฐบาลอภิสิทธได้จัดสรรงบประมาณในการจัดส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อต่างประเทศ แลกเปลี่ยนนักศึกษา รวมทั้งในอนาคต วิทยาลัยอิสลามศึกษา ปัตตานี จะเป็นศูนย์กลางการสอนภาษาอาร์บิกที่ได้มาตรฐานระดับโลก เป็นศูนย์กลางเรื่องภาษา วิจัย ส่งเสริมให้มีการสอนภาษาอาหรับ และจัดทดสอบภาษาอาหรับเช่นเดียวกับการสอบโทเฟล

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

          เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๕ ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑ เสนอให้วันตรุษอีดิ้ลฟีตรี (วันรายอปอซอ) และวันตรุษอีดิ้ลอัฎฮา(วันรายอฮัจยี) เป็นวันหยุดราชการทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันวันดังกล่าวทั้ง ๒ วัน เป็นวันหยุดราชการในจังหวัดสตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสอยู่แล้ว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

 
   
  Download Program VLC media player สำหรับเปิด video Clip (MP4)

ติดต่อเรา โทร ๐๘-๐๖๒๐-๒๒๖๖ Email :info@aia.or.th
หากท่านพบข้อผิดพลาด หรือมีข้อเสนอแนะ ชมรมฯ ยินดีน้อมรับคำแนะนำจากท่าน
ธงฉัพพรรณรังสี (ธงพระพุทธศาสนาในระดับสากล)
ชมรมพระพุทธศาสนา เอไอเอ
Thailand Web Stat