แต่เดิมในครั้งพุทธกาล ไม่มีพระพุทธรูป ได้เกิดขึ้นหลังจาก
พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว เมื่อชนชาติกรีกได้หันมานับถือ
พระพุทธศาสนา ซึ่งแต่เดิมชาวกรีกได้มีการเคารพบูชารูปเคารพ
ของตนเอง เช่น เทพเจ้ายูปีเตอร์ หรือซิวส์ ฮิรา เป็นต้น เมื่อมา
นับถือพระพุทธศาสนา ก็จึงได้สร้างรูปเคารพของพระพุทธเจ้า
มาเคารพแทน จึงได้เกิดมีการสร้างพระพุทธรูปขึ้น เป็นครั้งแรก
และต่อมาได้เผยแพร่เข้าไปในดินแดนต่างๆ จนได้เกิดมีพระ
พุทธรูปมากมาย พระพุทธรูปที่กล่าวว่าเป็นศิลปะงดงามที่สุด
คือพระพุทธรูปสมัยศิลปะคันธาระ

     ส่วนในประเทศไทยก็นิยมสร้างพระพุทธรูปทุกยุคสมัย
เช่นในล้านนาภาคเหนือ มีศิลปะการสร้างพระพุทธรูปแบบ
เชียงแสน (พระสิงห์ 1 -2-3) ในภาคกลางได้รับยกย่องว่า
พระพุทธรูปที่งดงามคือสมัยสุโขทัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
พระพุทธชินราช ที่วัดมหาธาตุ จ. พิษณุโลก

     พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในประเทศต่างๆ จะมีลักษณะ
ต่างกัน ตามศิลปกรรมของที่นั้น รูปแบบก็จะเหมือนกับ
บุคลิกลักษณะของผู้คนในประเทศนั้นๆ และศิลปแต่ละสมัย
ก็มีความแตกต่างกันตามความนิยมและฝีมือของช่างสร้าง

     แต่ลักษณะของพระพุทธรูปในประเทศไทย
มีพระเศียรแหลม มีขดเหมือนก้นหอย ผ้าจีวรเรียบบาง
นิ้วพระบาทเสมอกัน ฯลฯ ซึ่งคนทั่วไปมักจะมีความ
สงสัยว่า พระพุทธเจ้ามีรูปเหมือนกับพระพุทธรูปที่เห็น
แต่ความเป็นจริงพระพุทธเจ้าองค์จริงในประวัติศาสตร์
ไม่ได้มีพระเศียรแหลมเช่นพระพุทธรูป ทรงมีลักษณะ
ใกล้เคียงกับคนทั่วไป เพียงแต่มีลักษณะบางประการ
ที่ต่างไปบ้างตามมหาปุริสลักษณะ (ลักษณะเฉพาะ
ของมหาบุรุษ) ที่ปรากฏในพระไตรปิฎก

     การที่พระพุทธรูปมีรูปลักษณะดังกล่าว
อันเนื่องมาจากคติหรือความเชื่อในการสร้างพระ
พุทธรูปนั้น ได้มีการสร้างให้มีรูปลักษณะตามมหาปุริส
ลักษณะและให้มีความแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป
เช่นมีพระกรรณ (หู) ยาว มีพระเศียรแหลม และมี
พระเมาลี (ผม) เป็นขมวดๆ เป็นต้น


ศิลปคันธาระ


ศิลปะล้านนา


แสดงมหาบุริสลักษณะ
นิ้วพระบาทเสมอกัน

 

 

 

     ในลักษณะต่างๆ ดังกล่าว ได้แฝงคติธรรม
และลักษณะสำคัญของพระพุทธองค์ไว้ เช่น
พระเศียรแหลมหมายถึง การมีพระปัญญา
อันเฉียบแหลม, การมีพระเมาลีเป็นขมวด ๆ
อันหมายถึงความยุ่งยากหรือความทุกข์ต่าง ๆ
ของมนุษย์ แต่เหนือขมวดคือปัญหานั้น มีปัญญา
อันเฉียบแหลมที่สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้

     พระกรรณยาว หมายถึง ลักษณะคำสอนของ
พระพุทธองค์ที่สอนให้สาวกใช้ปัญญาในการพิจารณา
สิ่งต่างๆ อย่างมีเหตุผล ไม่ให้หูเบาเชื่ออะไรง่าย ๆ
โดยขาดการพิจารณาไตร่ตรองให้ละเอียด การที่มี
ลักษณะหูยาวจึงหมายถึงให้หูหนักอย่าหูเบานั่นเอง

     พระเนตรมองทอดลงต่ำ หมายถึงคำสอนทาง
พระพุทธศาสนาที่สอนให้มองที่ตนเอง พัฒนา
ตนเองให้เป็นผู้ประเสริฐตามหลักไตรสิกขา ให้
พัฒนาตนเองเป็นหลักสำคัญ โดยยึดเอากาย
อันยาววาหนาคืบกว้างศอกเป็นศูนย์กลาง
ในการพัฒนา ไม่ควรมุ่งแสวงหาแต่สิ่ง
ภายนอกจนลืมฝึกตนเอง

     พระบาทเสมอกัน หมายถึงพระพุทธองค์
ทรงมีพระกรุณาในสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่าง
เสมอเท่าเทียมกัน ไม่เกลียดหรือโกรธ
ใครเลยแม้แต่น้อย

     ลักษณะของพระพุทธรูป จึงมีความหมาย
ดังกล่าวมานี้ สาระสำคัญพระพุทธรูป คือ
สัญลักษณ์แทนพระรูปกายของพระพุทธเจ้า
สำหรับสักการะบูชา เพื่อระลึกถึงพระคุณ
อันประเสริฐของพระพุทธองค์ ได้แก่ พระมหา
กรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระปัญญาคุณ
แล้วน้อมเอาพระคุณนั้นมาใส่ไว้ในตน
อันเป็นการเจริญรอยตามพระจริยวัตรของ
พระพุทธองค์

     การกราบไหว้พระพุทธรูปได้น้อมจิตใจ
ให้เกิดความสงบเป็นพุทธานุสติ ระลึกถึง
พระเกียรติคุณอันงดงามของพระบรมศาสดา

     นอกจากนั้น ลักษณะของพระพุทธรูป
ยังแฝงด้วยคติธรรมทางพระพุทธศาสนา
ที่สอนใจพุทธศาสนิกชนให้เกิดความ
ตระหนักในการกระทำในสิ่งที่ดีงาม

 

     ที. มหา. 10/29/11 ในมัชฌิมนิกาย พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ ได้กล่าวถึงมหาปุริสลักษณะของพระพุทธเจ้า
๓๒ ประการ ได้แก่

๑. มีพระบาทเรียบเสมอกัน
๒.ใต้ฝ่าพระบาททั้งสองเป็นรูปจักรปรากฏ
๓. มีส้นพระบาทยาว
๔. มีพระองคุลียาว
๕. มีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม
๖. มีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทมีลายดุจตาข่าย
๗. มีพระบาทเหมือนสังข์คว่ำ
๘. มีพระชงฆ์รีเรียวดุจแข้งเนื้อทราย
๙. มีพระหัตถ์ยาว
๑๐. มีพระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก
๑๑. มีพระฉวีวรรณเหมือนทอง
๑๒. มีพระฉวีละเอียด
๑๓. มีพระโลมชาติเส้นหนึ่งๆเกิดในขุมละเส้นๆ
๑๔. มีพระโลมชาติที่มีปลายช้อยขึ้นข้างบนมีสีเขียวมีสีเหมือนดอกอัญชัญขดเป็นกุณฑลทักษิณาวัฏ
๑๕. มีพระกายตรงเหมือนกายพรหม
๑๖. มีพระมังสะเต็มในที่ ๗ สถาน
๑๗. มีกึ่งพระกายท่อนบนเหมือนกึ่งกายท่อนหน้าของสีหะ ฯ
๑๘. มีระหว่างพระอังสะเต็มฯ
๑๙. มีปริมณฑลดุจไม้นิโครธ วาของพระองค์เท่ากับพระกายของพระองค์
๒๐. มีลำพระศอกลมเท่ากัน
๒๑. มีปลายเส้นประสาทสำหรับนำรสอาหารอันดี
๒๒. มีพระหนุดุจคางราชสีห์
๒๓. มีพระทนต์ ๔๐ ซี่
๒๔. มีพระทนต์เรียบเสมอกัน
๒๕. มีพระทนต์ไม่ห่าง
๒๖. มีพระทาฐะขาวงาม
๒๗. มีพระชิวหาใหญ่
๒๘. มีพระสุรเสียงดุจเสียงแห่งพรหมตรัสมีสำเนียงดังนกการเวก
๒๙. มีพระเนตรดำสนิท
๓๐. มีดวงพระเนตรดุจตาแห่งโค
๓๑. มีพระอุณณาโลมบังเกิด ณ ระหว่างแห่งขนงมีสีขาวอ่อนเปรียบด้วยนุ่น
๓๒. มีพระเศียรดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์