เป็นห่วงด้ามขวานไทย ชาวไทยควรคำนึง สถานการณ์ใต้ เมื่อนาวาไทยหลงทิศ โดย ภูวดล แดนไทย
 
 

LOAD SOUNDS ท่านป.อ.ปยุตโต

พระสงฆ์ต้องรักษาธรรม
ธรรมดาทหารต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทหารไม่มีความกล้าหาญก็ไม่ควรเรียกว่าเป็นทหาร แต่ในทำนองเดียวกัน พระสงฆ์ก็มีหน้าที่ต้องรักษาธรรม ถ้าพระสงฆ์ไม่รักษาธรรม ก็เรียกไม่ได้ว่า เป็นพระสงฆ์
ความคิดเห็นกับความรู้
การแสดงความเห็นนั้น มันต้องมาคู่กับการหาความรู้ อย่างการศึกษาปัจจุบันเนี่ยบอกว่า เอ้อ เด็กไทยนี่ไม่ค่อยชอบแสดงความคิดเห็น ต้องสนับสนุนให้แสดงความคิดเห็น อย่าลืมว่าการแสดงความคิดเห็นนั้นต้องตั้งอยู่บนฐานของความรู้
คนไทยไม่รังเกียจใคร
คนไทยนี่ไม่มีความรังเกียจเดียดฉันท์ คนผิวเผ่าไหน ลัทธิศาสนาไหน ก็อยู่กันได้ดี เป็นอย่างนี้มาตลอด เป็นเวลายาวนานแล้วนะ ปรับตัวเข้ากับทุกคนได้ แล้วที่เป็นอย่างนี้ได้ก็เพราะพระพุทธศาสนา
ยกย่องคนดี
ถ้าคนในสังคมมีค่านิยมที่บูชายกย่องให้เกียรติคนดี ในทางพระศาสนา พระพุทธเจ้าก็ย้ำเรื่องนี้ มีคาถาหนึ่งที่บอกว่า บูชาคนที่ฝึกตนแล้ว แม้เพียงครู่เดียว ดีกว่าเซ่นสรวงเทพเจ้า ร้อยปี ว่างั้น นี่เอาขนาดนี้เลยนะ
ความรักอย่างปุถุชน
ความรักประเภทที่หนึ่งที่เริ่มต้นของปุถุชน ที่มันจะมีข้อเสียคือว่า ที่รักเขานั้นเพื่อให้เขาเนี่ยมาเป็นเครื่องบำเรอความสุขแก่ตน ถ้าหากว่า ผู้นั้นเขาไม่อยู่ในภาวะที่จะให้เรามีความสุข เราก็จะเบื่อหน่าย แล้วก็อาจจะรังเกียจ จะเห็นได้ว่า ไม่ยั่งยืน
มนุษย์ประเสริฐได้ด้วยการฝึก
มนุษย์เป็นสัตว์ที่ประเสริฐด้วยการฝึก ถ้าไม่ฝึกหาประเสริฐไม่ มนุษย์ที่ไม่มีการฝึกเป็นสัตว์ที่แย่ที่สุดกว่าสัตว์ใด ๆ ทั้งสิ้น อันนี้เป็นหลักพระศาสนา เพราะฉะนั้น จึงมีพุทธพจน์ว่า ทันโต เสฏโฐ มนุสเสสุ แปลว่า ในหมู่มนุษย์ผู้ที่ฝึกแล้วประเสริฐ
สังคมไทยกำลังถอยกลับ
เวลานี้สังคมไทยกำลังถอยกลับ กำลังมองพระนี่เป็นสื่อของอำนาจเร้นลับ เป็นผู้วิเศษ เป็นสิ่งที่จะเข้าไปหวังพึ่ง แล้วก็ตกอยู่ในความประมาท ไม่พัฒนาตนเอง ก็เข้าสู่หลักลัทธิลักษณะของศาสนาโบราณที่พระพุทธเจ้าพยายามที่จะปลดเปลื้องถอนออกมา
ความเพียรชนะโชคชะตา
ความเพียรของมนุษย์ เทวดาก็กีดกันไม่ได้ ว่างั้นนะ อันนี้ก็หมายความว่า พุทธศาสนาเนี่ยไม่ยอมแก่เรื่องโชคชะตา ให้มีความเพียรพยายามใช้สติปัญญากำลังความสามารถ แล้วจะสามารถเอาชนะแม้แต่โชคชะตาได้
ทำอยู่กับปัจจุบัน
ไม่พึงมัวหวนละห้อยความหลัง ไม่มัวเพ้อหวังอนาคต ว่างั้น สิ่งใดล่วงแล้วก็ผ่านไป สิ่งใดยังไม่ถึงสิ่งนั้นก็ทำไม่ได้ สิ่งที่ทำได้แน่นอนคือปัจจุบันนี้ ให้มองเห็น ให้พิจารณาให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง เมื่อมองเห็นเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วทำ
กาลเวลาไม่เคยหยุด
กาลเวลานี้ไม่เคยหยุด ไม่ว่าเรา จะหลับจะตื่น จะนอนจะพักอย่างไรก็ตามนี่ กาลเวลาไม่เคยหยุด เมื่อกาลเวลาก้าวไปตลอดเวลา ถ้าเราหยุด เราก็กลายเป็นคนประมาท ไม่เจริญก้าวหน้า เพราะฉะนั้น เป็นหน้าที่ของคนนี่ จะต้องก้าว อย่างน้อยก็แข่งกับกาลเวลา ให้ทันกาลเวลา
หลักการพึ่งตนเอง 2
เพราะว่าหลักเศรษฐกิจพอเพียงก็เป็นหลักพึ่งตนเอง ที่ในหลวงพระราชทานไว้ แล้วก็หลัก อะไรก็แล้วแต่ที่เราสอนกัน พระศาสนาก็พูดมาตลอดเวลาให้พึ่งตน และเราก็ย้ำกันตลอด เวลาว่าให้พึ่งตัวเอง แต่ว่า อย่าลืมว่าจะพึ่งตนนั้นต้องมีตนที่พึ่งได้ ทีนี้ จะมีตนที่พึ่งได้ ก็ต้องฝึกศึกษาพัฒนาตนนั้นขึ้นไป
ก้าวไปกับปีใหม่
วันนี้เป็นอันว่า เรามาพูดกันถึงเรื่องปีใหม่ วันนี้ก็ขอให้กำลังใจ สนับสนุนแก่ทุกท่าน ในการ ที่จะสร้างความพร้อม ในการที่จะก้าวไป เมื่อกาลเวลาก้าวไป เราก็กำลังจะก้าวด้วย แล้วเราจะก้าวอย่างดีที่สุด ให้ประสบความดีงามความสำเร็จ
อย่าดีแต่วิจารณ์
สังคมไทยเรานี่ ถ้าจะให้เป็นการสร้างสรรค์นะ เมื่อมีการพิจารณาปัญหาต่างๆ นอกจากไปวิจารณ์ว่าอย่างนั้นอย่างนี้แล้วนี่ มันต้องมาถึงตัวเองว่า แล้วเราจะทำอะไรกัน นี่สำคัญที่สุดเลย มันไปอยู่แค่ว่าเขา ว่าพวกนั้นไม่ดีอย่างนั้น ว่าพวกนั้นแย่ อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่มาถึงซักทีว่า เราจะทำอะไร นี่จุดอ่อนที่สุดเลย
สมานฉันท์
สมานฉันท์นั้นก็เรื่องสามัคคีนั่นแหละ ก็แปลว่ามีฉันทะ มีความต้องการตรงกัน พูดง่ายๆก็คือ มีความต้องการตรงกันเรียกว่า สมานฉันทะ นี่เป็นภาษาบาลี ถ้ายังต้องการไม่ตรงกันก็สมานฉันท์ก็เกิดไม่ได้ แล้วเวลานี้มีความต้องการตรงกันหรือยังล่ะ ? ถ้ายังไม่ตรงมันก็ ไม่มีสมานฉันท์
ปัญญายังไม่สมานฉันท์
ที่จริงคนไทยเราก็มีปัญญา ทั้งไม่ว่า คนเหนือคนกลางคนใต้คนไหนหรอก แต่ตอนนี้ปัญญามันไม่สมาน ปัญญามันแตกแยก เราก็เอามาทำร้ายกัน เพียงแต่แค่คิดมันก็คิดไม่ดีกันเสียแล้ว ฉะนั้นเปลี่ยนใหม่ ต้องเอาปัญญานี่มาใช้ในทางที่สมาน มาใช้รวมกัน แล้วก็จะสร้างสรรค์ ประเทศชาติก็จะเข้มแข็ง
ทำเพื่อตนเองมากไป
สังคมของเราเวลานี้ ไปหนุนเรื่องการเอาเพื่อตัวเองกันมากไป ก็เลยเห็นแก่ตัวและก็เบียดเบียนแย่งชิงกัน ฉะนั้นปัญหามันก็มาก ไม่มองเพื่อนมนุษย์ว่าเป็นมนุษย์เหมือนเราจะมองแต่ในแง่เขา แง่เรา แบ่งแยกกันแย่งชิงกัน มันก็ยิ่งยุ่ง
สังคมต้องมีจุดหมาย
สังคมที่มันจะดีมันจะเจริญก้าวหน้า ต้องมีจุดหมายที่ใฝ่ปรารถนาอันสูงที่จะก้าวไป คนเรามีอะไรที่ดีที่มุ่งหมายที่จะทำ ใจมันก็จะห่างเหินจากสิ่งชั่วร้ายไป เหมือนอย่างเด็กทะเลาะกันตีกัน มันไม่มีอะไรจะให้ทำ ให้คิดดีๆ ไม่มีจุดหมายให้มอง มันก็จะมองหน้ามองตากันขัดใจกัน และก็เดี๋ยวก็ทะเลาะกัน
มีก็ดีไม่มีก็ได้
คนที่เอาความสุขไปฝากไว้กับวัตถุภายนอกหมดนี่ ไปไหนก็ไม่เป็นอิสระ และไม่มีสิ่งเหล่านั้นแล้วอยู่ไม่ได้มีแต่ความทุกข์ ต้องมีอันนั้นถึงจะอยู่ได้ถ้าไม่มีฉันตายแน่ อะไรอย่างนี้นะ ถ้าคนที่ยังมีอิสรภาพอยู่บ้างจะต้องสามารถพูดอย่างนี้นะว่า มีก็ดีไม่มีก็ได้
ความสุขจากธรรมชาติ
คนเราก็สามารถมีความสุขกับธรรมชาติได้ ความสุขจากธรรมชาตินั้นไม่ต้องจ่ายสตางค์ แต่เดี๋ยวนี้ต้องจ่ายแล้วนะ เดี๋ยวนี้ธรรมชาติมันหายาก บางทีต้องไปอยู่ไกลๆ ต้องเสียเงิน ขับรถกันไปไกลกว่าจะได้ไปเจอธรรมชาติ คนสมัยนี้ก็ขาดแคลนความสุขด้านนี้
ไม่เป็นไปตามใจเรา
สิ่งทั้งหลายนี่มันเป็นไปตามใจอยากของเราไหม? ทีนี้ถ้าท่านเอาความอยากของใจไปกำกับมัน อยากให้เป็นอย่างนั้นอยากให้เป็นอย่างนี้ มันก็ต้องเจอกับการขัดแย้งตลอดเวลาใช่ไหม เพราะสิ่งทั้งหลายมันเป็นไปตามเหตุปัจจัย มันไม่เป็นตามชอบใจ
การรู้จักปรับตัว
ความสามารถของคนอย่างหนึ่งพิสูจน์ได้ด้วยการรู้จักปรับตัว ในการที่จะอยู่ด้วยดีในโลกนี้ การปรับตัวปรับใจนั้นต้องใช้ความเข้าใจ ไม่ใช่ใช้อารมณ์ ไม่ใช้ความรู้สึก ใช้ความเข้าใจพยายามเข้าใจคนอื่น แม้ยังไม่เข้าใจก็พยายามเข้าใจโดยใช้วิธีการของปัญญา
ต้องฝึกตน
คนเรานั้นมีชีวิตที่เจริญงอกงามได้ต้องมีการฝึกตน คนไหนไม่ฝึกก็เจริญยาก เพราะฉะนั้นคนที่เจริญก็จะเอาอะไรต่ออะไรมาเป็นเครื่องฝึกตนหมด เจอสถานการณ์ใหม่เจออะไรใหม่ๆ มองว่าจะได้โอกาสฝึกตน เจอทุกข์เจอปัญหา ก็คือแบบฝึกหัดในการฝึกตัวเองนั่นเอง
น้ำใจของพ่อแม่
อย่างพ่อแม่ก็เสียสละเพื่อลูก แม้แต่ตัวเอง อย่างได้ขนมมา ตอนเด็กเล็กๆ ลูกขอเอาหมดแม่ต้องยอมอดทั้งหมดเลย แต่ก็อยากให้ลูกเป็นสุขก็ยอมได้ ให้ลูกทั้งหมดเลยลูกอยากกินหมดก็ให้เขากินไป ถ้าพ่อแม่ไม่มีความรักแบบที่ว่าอยากให้ลูกเป็นสุขเนี่ย พ่อแม่ก็ทำไม่ได้
ครอบครัวดีสังคมดี
ครอบครัวนี่เป็นรากฐาน เป็นฐานของสังคม สังคมทั้งหมดก็มาจากครอบครัว ถ้าหากว่าแต่ละครอบครัวดีแล้วสังคมของเราจะดี ถ้ามองในแง่นี้ครอบครัวสำคัญมาก เราต้องการให้สังคมประเทศชาติของเราเจริญมั่นคงมีความร่มเย็นเป็นสุขก็ทำได้ โดยทำครอบครัวแต่ละครอบครัวนี้ให้ดี
หลักพุทธศาสนา
พุทธศาสนาเนี่ยให้หวังผลจากการกระทำด้วยความเพียรพยายาม แล้วก็ไม่ประมาทไม่ให้ปล่อยเวลาผ่านไปเพียงด้วยการรอคอย แล้วก็ไม่ทำอะไร ให้ฝึกฝนตนเอง เจริญศีล สมาธิปัญญาทำตัวเองให้ดีขึ้น พึ่งตนเองได้
สังคมขาดศีลห้า
เวลานี้ที่เป็นปัญหากันมากก็คือ สังคมนี้ขาดศีล 5 เป็นอย่างยิ่ง ผู้ถือศีล 5 ก็เป็นผู้ไม่เบียดเบียนคนอื่น ดำรงชีวิตที่ดีงาม ใครตั้งในศีล 5 ก็ทำให้ที่นั่นมีความปลอดภัยและถ้าหากว่าทุกคนรักษาศีล 5 ได้สังคมของเราก็ร่มเย็นเป็นสุข
สุขสบายแล้วอย่าประมาท
คนเรานี่ เวลามีภัยคุกคาม มีทุกข์บีบคั้นก็ลุกขึ้น ดิ้นรนขนขวาย พอสุขสบายก็นอนต่อไป พระพุทธศาสนาก็จึงต้องย้ำเรื่องความไม่ประมาท เพราะว่าเมื่อสบายแล้วคนโน้มเอียงจะประมาท ใครทั้งๆที่สุขสบาย ก็ไม่ประมาทได้ คนนั้นแหละเป็นคนที่ปฏิบัติธรรมได้ผล
ทำไมอยู่กันดีไม่ได้
การรบราฆ่าฟันเนี่ยก็ยังมีกันมากมาย ในประเทศเดียวกันก็เกิดสงคราม เกิดการฆ่ากันอย่างทารุณโหดร้าย ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นในหมู่มนุษย์ คนยังแบ่งแยกกัน อยู่ในสังคมเดียวกันนี่อยู่กันดีไม่ได้ ทำไมเป็นอย่างนี้ทั้งๆที่ว่า เจริญขึ้นมามีอารยธรรมมากแล้ว
ไม่มีที่ไหนในโลก
คนทางใต้ พระทางใต้ท่านก็เล่าให้ฟังบอกว่า ในภาคใต้เราที่เป็นมาสมัยก่อนเนี่ย คนไทยพุทธ คนไทยมุสลิมอยู่ด้วยกัน เวลาคนมุสลิมสร้างมัสยิดคนไทยพุทธไปช่วยสร้าง เวลาชาวพุทธสร้างโบสถ์ชาวมุสลิมก็เลยมาช่วยสร้างด้วย นี่อย่างนี้ป็นสภาพที่หาได้ยาก มันไม่มีที่ไหนในโลก
ร่วมรับผิดชอบพุทธศาสนา
คนไทยเราชาวพุทธนี่ ไม่มีจิตสำนึกในการเป็นเจ้าของ มีส่วนร่วมรับผิดชอบพระพุทธศาสนา ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นชาวพุทธนะ ฉันมีส่วนร่วมด้วย อย่างพระประพฤติไม่ดี ก็ว่าพระประพฤติไม่ดี ไม่ได้เรื่อง ก็วิจารณ์กันไป กลายเป็นเรื่องของคนอื่น แทนที่จะมองว่า เอ๊! แล้วฉันล่ะ จะต้องทำอะไร และฉันมีความรับผิดชอบอย่างไร
 

ภูวดล แดนไทย
dnavathai@gmail.com

 
 

หน้าหลัก