เป็นห่วงด้ามขวานไทย ชาวไทยควรคำนึง สถานการณ์ใต้ เมื่อนาวาไทยหลงทิศ โดย ภูวดล แดนไทย
 
 

จากน้องในพื้นที่ ถึงพี่ภูวดล แดนไทย

เปิดเล่ห์กล RKK
กระแสข่าว

       เช้าตรู่ของวันที่ ๓๐ ม.ค.๕๕ มีข่าวแพร่สะพัดผ่านสื่อสารมวลชนในส่วนกลางที่รายงานข่าว
การก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต.ในค่ำคืนวันที่ ๒๙ ม.ค.๕๕ ในลักษณะที่ว่า “เจ้าหน้าที่ ทพ.๔๓๐๒
ก่อเหตุยิงประชาชน ในพื้นที่ บ.กาหยี ม.๑ ต.ปุโลปุโย อ.หนองจิก จว.ปัตตานี เป็นผลทำให้มี
ผู้เสียชีวิต ๔ รายและบาดเจ็บอีก ๔ ราย” ข่าวดังกล่าวแพร่สะพัด โหมกระพือผ่านทางสถานีโทรทัศน์
เกือบทุกช่อง เป็นที่สนใจของประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในและนอกพื้นที่ จชต.

       ในภาพข่าวปรากฏภาพในที่เกิดเหตุในสภาพรถยนต์ปิคอัพ ๑ คัน จอดอยู่บริเวณเส้นทางลัด
ที่ตัดขึ้นสู่ถนนสายหลักเส้นทางหมายเลข ๔๑๘ สภาพรถถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม บริเวณกระจกรถด้านซ้าย
และด้านหลัง มีผู้เสียชีวิตทั้งภายในรถและท้ายกระบะ มีอาวุธปืนตกอยู่ภายในรถ ๒ กระบอก เป็นอาวุธปืนยาว
AK-๔๗ จำนวน ๑ กระบอก ,และอาวุธปืนพกขนาด ๑๑ มม. จำนวน ๑ กระบอก และในรายงานข่าว
ยังบอกอีกว่ามีผู้บาดเจ็บที่ถูกอาวุธปืนยิงใส่อีก ๔ คน นำส่ง รพ.ปัตตานีเรียบร้อยแล้ว และต่อมา
พบอีก ๑ คนที่ทราบภายหลังว่าเป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าวที่ถูกยิงและบาดเจ็บเล็กน้อย
หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุไปหลบซ่อนภายในหมู่บ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

พี่น้องอยู่ห่าง อยากรู้ด้วยห่วง

       จากภาพข่าวดังกล่าวยิ่งทำให้ประชาชนที่เฝ้าฟัง เฝ้าติดตามข่าว วิพากษ์วิจารณ์และ
จินตนาการไปต่างๆนาๆ บ้างก็ว่าเจ้าหน้าที่ปะทะกับคนร้ายที่แฝงมากับประชาชนในรถยนต์
คันดังกล่าว บ้างก็ว่าโจรสร้างสถานการณ์ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ขณะตั้งจุดตรวจด่านตรวจ
ดักจับคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้สร้างความสูญเสียให้กับกลุ่มประชาชนที่กำลังขับ
รถยนต์ผ่าน ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังสับสนอลหม่านต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ฟังเจ้าหน้าที่เขาบ้าง

       เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.ภาค ๔ สน.ได้ออกมาชี้แจงสถานการณ์ผ่านสื่อ
ในเบื้องต้นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นจากคนร้ายจำนวนหนึ่งได้ก่อเหตุยิง M79 ใส่ฐาน
ทพ.๔๓๐๒ ที่ตั้งอยู่ที่ บ.น้ำดำ ม.๓ ต.ปุโลปุโย อ.หนองจิกฯ หลังจากนั้นได้หลบหนี
ออกนอกพื้นที่โดยอาศัยมากับรถยนต์ของประชาชนกลุ่มดังกล่าวที่กำลังเดินทาง
ไปร่วมงานศพของญาตินอกพื้นที่

       ภายหลังเกิดเหตุยิงฐาน เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุจัดกำลัง
ออกไปตั้งจุดสกัดนอกฐาน ที่เป็นบริเวณที่เกิดเหตุในเวลาต่อมา โดยตรวจพบรถยนต์
คันดังกล่าวกำลังวิ่งจากเส้นทางรองที่ออกจากหมู่บ้านเข้าเส้นทางลัดเพื่อตัดขึ้นสู่ถนนใหญ่
เจ้าหน้าที่สั่งให้รถหยุดเพื่อจะตรวจสอบ ปรากฎว่ารถเริ่มหยุดและเตรียมจะถอยหลัง
ทันใดนั้นเกิดเสียงปืนดังขึ้นที่บริเวณรถยนต์คันดังกล่าว จึงเกิดปะทะกันเป็นผลทำให้
ประชาชนเกิดการสูญเสียตามที่เป็นข่าว

       การกระทำดังกล่าวเป็นการวางแผนการก่อเหตุ ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในลักษณะ
“โล่มนุษย์”ที่จงใจให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธแล้วเกิดความผิดพลาดสร้างความสูญเสียให้กับ
ประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้วนำไปขยายผลต่อไป

ลูกน้อง...รับบาป! – เจ้านาย...รับบุญ!

       ซึ่งต่อมามีการเปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
จากฝ่ายความมั่นคงว่า “ทั้งหมดไม่มีประวัติเป็นแนวร่วมหรือผู้ก่อเหตุรุนแรง” ยิ่งทำให้
เกิดกระแสว่าเจ้าหน้าที่กำลังให้ข่าวที่บิดเบือน ปกป้องการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่
และโยนความผิดไปยังผู้ก่อเหตุรุนแรง

แยกแยะ เรียนรู้ กลเกมส์

       ต่อสถานการณ์ดังกล่าวหากพิจารณาย้อนหลังดูพฤติกรรมการก่อเหตุประกอบการใช้
ดุลยพินิจจากการฟังและติดตามข่าวแล้วจะพบว่า ปัญหาการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต.มีคนกลุ่มหลัก
อยู่ ๓ กลุ่ม

       กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ความพยายามทุกอย่างที่จะเข้ามารักษาความสงบเรียบร้อย
ปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ซึ่งข้อเท็จจริงประการหนึ่ง
ที่น่าเชื่อก็คือเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้อาวุธต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างจงใจอย่างแน่นอน

       กลุ่มที่ ๒ คือ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งดำเนินการก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่องมีการพัฒนา
รูปแบบวิธีการที่สลับซับซ้อน เป้าหมายประการหนึ่ง คือต้องการทำลายความชอบธรรมด้วย
ต้องการให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลังและใช้อาวุธเข้าระงับเหตุแล้วเกิดผิดพลาดก่อให้เกิดผลกระทบ
ต่อประชาชน แล้วใช้การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในการ
ดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ไม่อยากอยู่ใกล้และไม่อยากให้ความร่วมมือเนื่องจาก
กลัวตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์

       กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มประชาชนที่โดยทั่วไปที่ต้องการอยู่แบบสงบสันติ ซึ่งปกติจะมีความ
เข้าใจในสถานการณ์ ใช้ชีวิตประจำวันด้วยความระมัดระวังและเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องการ
คือความจริงและความเป็นธรรมต่อกระบวนการยุติธรรมและกระบวนการเยียวยา

       เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จชต.กลวิธีที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมักนำมาใช้และพบเห็น
อยู่เสมอคือการโฆษณาชวนเชื่อด้วยเล่ห์กลที่มักจะใช้อยู่ประจำ คือ การแต่งกายลอกเลียนแบบเจ้าหน้าที่
เข้าไปทำก่อเหตุ เพื่อหวังผลในการโฆษณาชวนเชื่อทำให้ประชาชนในที่พบเห็นในที่เกิดเหตุไม่ระแวงสงสัย
แล้วไม่แจ้งข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ทราบและหลังเกิดเหตุแล้วเข้าให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ ก็อาจทำให้เจ้าหน้าที่
ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นแนวร่วมในการก่อเหตุได้ เช่น

      เล่ห์สวมรอย...สังหารโหด “ มุคตาร์ กีละ” หัวหน้าพรรคประชาธรรม
      เหตุการณ์ลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ชุด รปภ.ครู ที่หน้า ร.ร.บ้านลาเมาะ ต.รือเสาะออก
อ.รือเสาะฯ จว.นราธิวาส เมื่อวันที่๒๘ ก.ย.๕๔ ด้วยการแต่งการคล้ายทหารพราน
เข้าโจมตีด้วยอาวุธปืนและระเบิด ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต ๔ คน หรือที่เป็นข่าวโด่งดัง
และมีหลักฐานพยานชัดเจน คือการก่อเหตุสังหารโหด “ มุคตาร์ กีละ” หัวหน้าพรรคประชาธรรม
โดยคนร้ายแต่งกายคล้ายทหารพรานขับขี่รถ จยย.เข้าไปดักยิงภายในบ้านลูโบ๊ะกาเยาะ หมู่ ๕
ต. เฉลิม อ. ระแงะ จว.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๑๕ ธ.ค.๕๔ แล้วเตรียมหลบหนีออกนอกพื้นที่
แต่ถูกสกัดจากชุดคุ้มครองหมู่บ้าน(ชคบ.) ที่อยู่ใกล้เคียงจนสามารถวิสามัญคนร้ายได้
ในเวลาใกล้เคียง ซึ่งภายหลังเกิดเหตุกลุ่มแนวร่วมที่ได้จัดเตรียมไว้ได้ออกมาทำหน้าที่
โฆษณาชวนเชื่อว่าทหารพรานฆ่า“ มุคตาร์ กีละ” ในทันที

แต่ไม่เป็นผลเนื่องจากประจักษ์พยานชัดแจ้ง

 

ล่ห์ฮิญาบ ยุทธปัจจัยพื้นฐานทางศาสนา

        กลวิธีลอกเลียนการแต่งกายอีกแบบหนึ่งที่คนร้ายนิยมใช้ คือ การแต่งกายปลอมเป็นผู้หญิง
เคลื่อนย้ายด้วยยานพาหนะตามเส้นทางหลักเข้าไปทำก่อเหตุซึ่งมักใช้ในการเข้าตีต่อจุดตรวจ
ของเจ้าหน้าที่ หรือเข้าตีฐาน

        ทั้งนี้กลวิธีดังกล่าวทำเพื่ออำพรางหรือลดความเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่
ในขณะวิ่งรถบนถนน เช่นเหตุการณ์เข้าตีจุดตรวจร่วม ๓ ฝ่าย(ทหาร-ตำรวจ-อส. ) บนสะพาน
ข้ามแม่น้ำยะกัง ที่เป็นช่องทางเข้าสู่เขตเมืองนราธิวาส เมื่อ ๒๓ ต.ค.๕๔ แต่ถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่
ที่ประจำจุดตรวจตอบโต้จึงทำให้คนร้ายได้รับความสูญเสียจำนวนหนึ่ง และจากภาพที่ได้
จากกล้องวงจรปิดมีความชัดเจนว่าคนร้ายใช้การแต่งกายเป็นผู้หญิง

เล่ห์โจร โล่ห์มนุษย์

        สำหรับกลวิธีที่เรียกว่า “โล่มนุษย์” นั้นคนร้ายจะใช้การวางแผนการก่อเหตุ
โดยอาศัยอยู่ในหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อาจรู้หรือไม่รู้ แต่อยู่ในภาวะจำยอมเพราะเกรงว่า
อาจจะเป็นอันตรายหากขัดขืน โดยมีรูปแบบหลักๆที่ใช้อยู่ รูปแบบแรก คือ ใช้ประชาชน
เป็นเกราะกำบังหรือกีดขวางในขณะเข้าไปติดตามจับกุมในเขตหมู่บ้านเพื่อให้คนร้าย
ใช้จังหวะและโอกาสในการหลบหนี รูปแบบที่สองคนร้ายจะใช้ในการสร้างเหตุเพื่อมุ่งให้
เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธตอบโต้แล้วหวังให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ
เช่น

เหตุการณ์ยิงรบกวนฐานปฏิบัติการทหาร บนถนนสาย ๔๑๐ บ.ปาลอบาตะ ต.ตลิ่งชัน
อ.บันนังสตา จว.ยะลา เมื่อ๒๑ ธ.ค.๕๔ โดยคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงใส่ฐานทหาร
ในขณะที่รถยนต์ของประชาชนสองพ่อลูกขับผ่านเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้ทำให้บุคคลดังกล่าว
ได้รับผลกระทบจากการยิงของเจ้าหน้าที่ รูปแบบที่สามคือ คนร้ายใช้ประชาชนเป็น “โล่มนุษย์”
เพื่อแอบแฝงปะปนหลบหนีออกนอกพื้นที่ภายหลังก่อเหตุ ซึ่งรูปแบบนี้อาจเป็นเช่น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ บ.กาหยี ม.๑ ต.ปุโลปุโย อ.หนองจิก จว.ปัตตานี ที่เป็นข่าว
โด่งดังในขณะนี้ก็เป็นได้

ถ้าทำเป็น-ก็เป็นธรรม

        ต่อกรณีเหตุการณ์ล่าสุดที่ บ.กาหยี นี้ท่าน พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ผอ.รมน.ภาค ๔
ได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และฝ่ายประชาชน
ที่ได้รับผลกระทบด้วยความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ที่สำคัญคือ ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรจะ
ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับการสูญเสียอย่างดีที่สุด และพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้น

        การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของทุกฝ่ายควรต้องตั้งสติ ใช้ดุลยพินิจบนพื้นที่ที่เป็นจริงจากหลักฐาน
พยานที่ปรากฏ
มิฉะนั้นอาจทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลุกลามขยายบานปลายเข้าทางกลุ่มผู้ไม่หวังดี
และเชื่อว่ากระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมจะนำมาซึ่งความกระจ่างของเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นว่าเป็นความตั้งใจ ความผิดพลาด ความเข้าใจผิดหรือเป็น..เล่ห์กลของ RKK

ทำเป็น-ไม่เป็น ผู้น้อยก็เป็นแพะรอโดนทั้งนาย ทั้งโจรอยู่ดี...โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง


ภูวดล แดนไทย
dnavathai@gmail.com

 
 

หน้าหลัก